| หยก หินอาเกต และอี่นๆครับ |
|
ตั้งประกาศ : 10 ก.ย. 69, 11:42
![]()
ธนาคารกสิกร 0208416286 ธีรศักดิ์ ปานันตา 1 จี้หยกแกะเจ้าแม่กวนอิม โบราณ หุ้มเงิน 990 ส่ง50 สภาพสวยๆ เดิมๆ งานแกะสลักมือโบราณทั้งชิ้น อายุเกิน 2 ปี เนื้อหยกสวยใส เย็นครับ ส่องไฟทะลุทั้งหมดแบบนี้หาได้ยากมากครับ งานเก่าโบราณ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน ประวัติ และ ตำนาน เจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่กวนอิม เป็นพระโพธิสัตว์ ของพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย และได้ผสมผสานกับความเชื่อพื้นถิ่นดั้งเดิมของจีน คือตำนานเรื่องพระธิดาเมี่ยวซ่าน ก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจากในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ พระโพธิสัตว์กวนอิมในตำนานฝ่ายจีน พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา มาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดาองค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง ซึ่งมีราชธิดา 3 องค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัยเป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด ต่อมาองค์หญิงสามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำองค์หญิงสามไปอยู่ที่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ไม่เกี่ยงงานการต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไป พร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้ พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก โดยเข้าพระทัยว่านายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม วันที่ 19 เดือน 6 ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระองค์ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้าง เพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่า ภายหลังสำเร็จอรหันต์ ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปาฏิหารย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์หญิงเมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระอวโลกิเตศวร (เทวนาครี अवलोकितेश्वर , โรมัน Avalokiteśvara , จีน 觀世音) พระโพธิสัตว์องค์สำคัญของพระพุทธศาสนามหายาน ที่มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุด และเป็นเสมือนปุคคลาธิษฐานแห่งมหากรุณาคุณของพระพุทธเจ้าทั้งปวง เรื่องราวของพระอวโลกิเตศวรปรากฏอยู่ทั่วไปในคัมภีร์สันสกฤตของมหายาน อาทิ ปฺรชฺญาปารมิตาสูตฺร, สทฺธรฺมปุณฑรีกสูตฺร และการณฺฑวยูหสูตฺร ความหมายของพระนาม คำว่า อวโลกิเตศวร ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลายนัยด้วยกัน แต่โดยรูปศัพท์แล้ว คำว่าอวโลกิเตศวรมาจากคำสันสกฤตสองคำคือ อวโลกิต กับ อิศวร แปลได้ว่าผู้เป็นใหญ่ที่เฝ้ามองจากเบื้องบน หรือพระผู้ทัศนาดูโลก ซึ่งหมายถึงเฝ้าดูแลสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์นั่นเอง, ซิมเมอร์ นักวิชาการชาวเยอรมันอธิบายว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้ทรงเป็นสมันตมุข คือ ปรากฏพระพักตร์อยู่ทุกทิศอาจแลเห็นทั้งหมด ทรงเป็นผู้ที่สามารถบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ คืออาจจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่ทรงยับยั้งไว้เนื่องจากความกรุณาสงสารต่อสรรพสัตว์ นอกจากนี้นักปราชญ์พุทธศาสนาบางท่านยังได้เสนอความเห็นว่า คำว่า อิศวร นั้น เป็นเสมือนตำแหน่งที่ติดมากับพระนามอวโลกิตะ จึงถือได้ว่าทรงเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์เดียวที่มีตำแหน่งระบุไว้ท้ายพระนาม ในขณะที่พระโพธิสัตว์พระองค์อื่นหามีไม่ อันแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญยิ่งของพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ พุทธศาสนิกชนชาวจีนจะรู้จักพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ในพระนามว่า กวนซีอิม หรือ กวนอิม ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤต คือผู้เพ่งสดับเสียงแห่งโลก แต่โดยทั่วไปแล้วมักให้อรรถาธิบายเป็นใจความว่า - โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - ระวังการให้ติดต่อทาง LINE เพื่อแจ้งบัญชีโอนเงินอื่น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 - หากผู้ประกาศแจ้งชื่อบัญชีที่ไม่ใช่ชื่อ ********* หรือแจ้งเฉพาะหมายเลขบัญชีแต่ไม่แจ้งชื่อบัญชี ให้ท่านปฏิเสธการชำระเงิน และแจ้งเรื่องมาที่ webmaster
- ตั้งแต่วันที่ 1/4/2561 เป็นต้นไป การลงขายสินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมี ภาพถ่ายสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน อย่างน้อย 1 ภาพ หากผู้ขายไม่ได้ลงภาพถ่ายคู่ฯ ผู้ซื้อมีสิทธิที่เรียกขอดูภาพถ่ายคู่ฯ ได้ และหากผู้ขายไม่ส่งภาพให้ ผู้ซื้อมีสิทธิจะปฎิเสธการชำระเงินได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการทิ้งการจอง
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
IP: 27.130.90.71
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
ความเห็นที่ 1 : 10 ก.ย. 69, 11:43
![]() สภาพสวยๆ ไว้ประดับสวยงาม ทำจี้ หรือแกะสลักเป็นรูปต่างๆได้ หรือนำไปทำหัวแหวนหรืออื่นๆได้ อายุเกิน 100 ปีขึ้นไปครับ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน อาเกต (Agate) อยู่ในกลุ่ม คาลซิโดนี (Chalcedony) หมายถึง ควอทซ์ (Quartz) SiO2 กลุ่มที่ไม่มีรูปผลึก แร่ ควอทซ์ (Quartz) เป็นแร่ที่พบมากมาบบนพื้นโลก ซึ่งแร่ ควอทซ์ (Quartz) มีมากถึง 12% ของพิ้นผิวโลก เกิดจากหินภูเขาไฟ, การเปลี่ยนแปลงและทับถมของชั้นหิน ควอทซ์ (Quartz) โดยรวมแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มตามลักษณะของผลึก ชนิดเนื้อผลึก (Crystalline Quartz) เป็นกลุ่มชนิดที่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า ตัวอย่างเช่น Amethyst, Ametrine, Cat's-eye Quartz, Citrine, Phantom Quartz , Rock Crystal, Rose Quartz, Rutilated Quartz และ Smoky Quartz. ชนิดเนื้อเรียบเนียน (Cryptocrystalline Quartz) เป็นกลุ่มที่ต้องใช้กล้อง Light Microscope ซึ่งยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ Fibrous Cryptocrystalline Quartz เช่น Chalcedony Microgranular Cryptocrystalline Quartz เช่น Agate, Carnelian, Chrysoprase และ bloodstone อาเกต (Agate) พบได้ตามโพรงถ้ำและรอยแยกของแผ่นหิน โดยเกิดจากการตกตะกอนของน้ำใต้ดินที่มีส่วนประกอบของ ซิลิกา (Silica) และยังสามารถเกิดได้จากการหลอมรวมตัวบริเวณใกล้ผิวโลกภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันต่ำ อาเกต (Agate) จัดอยู่ในกลุ่มหินลาวาที่มี ซิลิกา (Silica) เจือปน อาเกต (Agate) มาจากภาษาท้องถิ่น จากชื่อแม่น้ำ "Achate" อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ ซิชิลี (Sicily) อาเกตถูกใช้เป็นเครื่องประดับและใช้ในการตกแต่งมามากกว่า 1,000 ปี ในช่วงยุคกลาง (ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 - 15) การสวมใส่เครื่องประดับที่ทำมาจาก อาเกต (Agate) เพื่อให้เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้า, เพื่อให้คนอื่นยอมรับ, นำชัยชนะ พละกำลัง มาสู่ผู้สวมใส่, ป้องกันภัยจากภยันอันตรายต่างๆ และยังช่วยบำบัดอาการนอนไม่หลับ รวมถึงยังช่วยให้ฝันดีอีกด้วย บางส่วนของอาวุธในสมัยโบราณ เช่น ขวาน ซึ่งจะถูกใช้โดยผู้ชายเมื่อ 2.5 ล้านปีก่อนนั้น ในพื้นที่แถบ โอโมวัลเล่ (Omo Valley)ปัจจุบันอยู่ในประเทศ เอธิโอเปีย (Ethiopia) ค้นพบว่าขวานโบราณนั้นทำมาจากหินจำพวก ควอทซ์ (Quartz) เช่น อาเกต (Agate) ที่ถูกใช้ในการทำอาวุธในสมัยโบราณนั้นเนื่องจากคุณสมบัติที่แข็งและเปราะทำให้สามารถจัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆได้ง่าย อาเกต (Agate) เป็นหินประจำราศี เมถุน (Gemini) และ อาเกต (Agate) ยังใช้เป็นอัญมณีสัญลักษณ์ของการครบรอบแต่งงานปีที่ 12 (12th Aniversary) ด้วย อาเกต (Agate) ยังช่วยให้เกิดความสมดุลย์ทางร่างกายทั้งทาง กายภาพ, อารมณ์, จิตใจ และจิตวิญญาณ รวมถึงยังสามารถขจัดปัดเป่าอุปสรรคและยังช่วยนำพาสิ่งดีๆมาสู่ผู้สวมใส่ ชนโบราณเชื่อกันว่า อาเกต (Agate) เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ และสามารถป้องกันภยันอันตราย ให้กับผู้เป็นเจ้าของได้ดียิ่ง จึงนิยมพกติดตัว หรือใช้เป็นเครื่องประดับ นอกจากนั้นยังถือกันว่า อาเกต (Agate) เป็นตัวแทนของทรัพย์สิน ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับผู้เป็นเจ้าของ ชาวอินเดีย จีน และ คนเม็กซิกันมีความเชื่อในเรื่องของ อาเกต (Agate) ว่าเป็นเครื่องมือนำพาหรือดึงดูดสิ่งดีดี เช่น ทรัพย์สินเงินตราหรือลาภยศมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ คนบราซิลและอิตาเลียนเชื่อว่า อาเกต (Agate) จะช่วยประสานความเข้าใจระหว่าบริวารลูกน้อง และมีพลังขับไล่พลังด้านลบ หรือเชื้อโรคร้ายในร่างกายปกป้องไม่ให้เซลล์มะเร็งก่อตัว ทางด้านการบำบัด อาเกต (Agate) จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่อง ควรพกติดตัวไว้ อาเกต (Agate) จะช่วยในการสร้างสมดุลความมั่นคงและปกป้องคุ้มครอง ช่วยทำให้จิดใจเยือกเย็นคลายอารมณ์ เคร่งเครียด คนที่มีอารมณ์รุนแรงเร้าร้อน โกรธง่าย อาเกต (Agate) ทุกชนิดมีคุณสมบัติที่มหัศจรรย์มาก ในการชำระล้างอารมณ์เหล่านั้น อีกทั้งยังมีพลังแห่งความเชื่อมั่น เสริมสร้างให้เราทำในสิ่งที่มุ่งหวังใด้จบบรรลุผลสำเร็จ และยังกระตุ้นจิตใต้สำนึก ให้เรากลายเป็นคนที่กล้าเผชิญหน้า กับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง…” เรียกอีกอย่างว่า หินโมรา เป็นหินที่มีหลายสี ที่นิยาคือฟ้าอมเทาลายขาว หรือฟ้าในเนื้อหิน โมรา เป็นชื่อที่ใช้เรียกหินชนิดที่มีลายพาดที่มีสีและความทึบ ใสแตกต่างกัน โมรานั้นมีลักษณะที่หลากหลาย เป็นหินที่ช่วยเสริม ความมีชีวิตชีวา และพละกำลัง และให้ความมั่นใจแก่ผู้เป็นเจ้าของ ในสมัยโรมัน ใช้เป็นเครื่องนำโชค สำหรับนักกีฬาที่จะลงแข่งขันเป็นเหมือนเครื่องรางของขลัง ตั้งแต่โบราณ ชาวอียิปต์ ถือว่า ช่วยป้องกันภยันตรายให้เจ้าของ และเป็นตัวแทน ทรัพย์สิน เพิ่มความมั่งคั่ง ร่ำรวย ช่วยทำให้จิตใจเยือกเย็นสงบ ถ้านำมากำไว้ จะช่วยชำระล้างอารมณ์รุนแรง เร่าร้อน คลายอารมณ์เคร่งเครียด แล้วนำหินไปล้าง เพื่อชำระล้างทิ้งไป นอกจากนั้นยังช่วยสร้าง ภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย ถ้านำมาวางไว้บนหัวเตียงเชื่อว่า สามารถช่วยเสริมสมรรถภาพ พลังทางเพศได้อีกด้วย อาเกต(Agate)หรือ โมรา เป็นหินที่ประกอบด้วยซิลิกาขนิดผลึกเนียนละเอียด(cryptocrystalline) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาซิโดนี สลับกับ ควอตซ์ผลึกเล็ก เป็นลักษณะความละเอียดของผลึกและเป็นชนิดที่มีความหลากหลายของสี อาเกตสามารถพบได้ในหินชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหินอัคนี หรือหินแปร อาเกตสามารถพบได้ทั่วโลก ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโพรงในหินที่มีรอยเลื่อนหรือ ลาวาในสมัยโบราณ ลักษณะของอาเกต จะเป็นโครงสร้างที่มีแถบซึ่งจะขนานกับด้านข้างของโพรง เป็นไปได้ว่าพวกมันเกิดขึ้นได้ดังนี้ ในระหว่างการเย็นตัวลงของลาวา ไอน้ำและก๊าซอื่นๆ จะเกิดฟอง ฟองดังกล่าวเย็นตัวลงและแข็งตัวอยู่ในโพรง หลังจากหินแข็งตัวแล้วซิลิกาที่อิ่มตัวในสารละลายอาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นด่างเข้าไปในฟองอากาศและจับตัวเป็นซิลิกาเจ |
||||||||||||||||||||||||||||
|
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 IP: 27.130.90.71
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
ความเห็นที่ 2 : 10 ก.ย. 69, 11:44
![]() สภาพสวยๆ ไว้ประดับสวยงาม ทำจี้ หรือแกะสลักเป็นรูปต่างๆได้ หรือนำไปทำหัวแหวนหรืออื่นๆได้ อายุเกิน 100 ปีขึ้นไปครับ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน อาเกต (Agate) อยู่ในกลุ่ม คาลซิโดนี (Chalcedony) หมายถึง ควอทซ์ (Quartz) SiO2 กลุ่มที่ไม่มีรูปผลึก แร่ ควอทซ์ (Quartz) เป็นแร่ที่พบมากมาบบนพื้นโลก ซึ่งแร่ ควอทซ์ (Quartz) มีมากถึง 12% ของพิ้นผิวโลก เกิดจากหินภูเขาไฟ, การเปลี่ยนแปลงและทับถมของชั้นหิน ควอทซ์ (Quartz) โดยรวมแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มตามลักษณะของผลึก ชนิดเนื้อผลึก (Crystalline Quartz) เป็นกลุ่มชนิดที่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า ตัวอย่างเช่น Amethyst, Ametrine, Cat's-eye Quartz, Citrine, Phantom Quartz , Rock Crystal, Rose Quartz, Rutilated Quartz และ Smoky Quartz. ชนิดเนื้อเรียบเนียน (Cryptocrystalline Quartz) เป็นกลุ่มที่ต้องใช้กล้อง Light Microscope ซึ่งยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ Fibrous Cryptocrystalline Quartz เช่น Chalcedony Microgranular Cryptocrystalline Quartz เช่น Agate, Carnelian, Chrysoprase และ bloodstone อาเกต (Agate) พบได้ตามโพรงถ้ำและรอยแยกของแผ่นหิน โดยเกิดจากการตกตะกอนของน้ำใต้ดินที่มีส่วนประกอบของ ซิลิกา (Silica) และยังสามารถเกิดได้จากการหลอมรวมตัวบริเวณใกล้ผิวโลกภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันต่ำ อาเกต (Agate) จัดอยู่ในกลุ่มหินลาวาที่มี ซิลิกา (Silica) เจือปน อาเกต (Agate) มาจากภาษาท้องถิ่น จากชื่อแม่น้ำ "Achate" อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ ซิชิลี (Sicily) อาเกตถูกใช้เป็นเครื่องประดับและใช้ในการตกแต่งมามากกว่า 1,000 ปี ในช่วงยุคกลาง (ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 - 15) การสวมใส่เครื่องประดับที่ทำมาจาก อาเกต (Agate) เพื่อให้เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้า, เพื่อให้คนอื่นยอมรับ, นำชัยชนะ พละกำลัง มาสู่ผู้สวมใส่, ป้องกันภัยจากภยันอันตรายต่างๆ และยังช่วยบำบัดอาการนอนไม่หลับ รวมถึงยังช่วยให้ฝันดีอีกด้วย บางส่วนของอาวุธในสมัยโบราณ เช่น ขวาน ซึ่งจะถูกใช้โดยผู้ชายเมื่อ 2.5 ล้านปีก่อนนั้น ในพื้นที่แถบ โอโมวัลเล่ (Omo Valley)ปัจจุบันอยู่ในประเทศ เอธิโอเปีย (Ethiopia) ค้นพบว่าขวานโบราณนั้นทำมาจากหินจำพวก ควอทซ์ (Quartz) เช่น อาเกต (Agate) ที่ถูกใช้ในการทำอาวุธในสมัยโบราณนั้นเนื่องจากคุณสมบัติที่แข็งและเปราะทำให้สามารถจัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆได้ง่าย อาเกต (Agate) เป็นหินประจำราศี เมถุน (Gemini) และ อาเกต (Agate) ยังใช้เป็นอัญมณีสัญลักษณ์ของการครบรอบแต่งงานปีที่ 12 (12th Aniversary) ด้วย อาเกต (Agate) ยังช่วยให้เกิดความสมดุลย์ทางร่างกายทั้งทาง กายภาพ, อารมณ์, จิตใจ และจิตวิญญาณ รวมถึงยังสามารถขจัดปัดเป่าอุปสรรคและยังช่วยนำพาสิ่งดีๆมาสู่ผู้สวมใส่ ชนโบราณเชื่อกันว่า อาเกต (Agate) เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ และสามารถป้องกันภยันอันตราย ให้กับผู้เป็นเจ้าของได้ดียิ่ง จึงนิยมพกติดตัว หรือใช้เป็นเครื่องประดับ นอกจากนั้นยังถือกันว่า อาเกต (Agate) เป็นตัวแทนของทรัพย์สิน ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับผู้เป็นเจ้าของ ชาวอินเดีย จีน และ คนเม็กซิกันมีความเชื่อในเรื่องของ อาเกต (Agate) ว่าเป็นเครื่องมือนำพาหรือดึงดูดสิ่งดีดี เช่น ทรัพย์สินเงินตราหรือลาภยศมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ คนบราซิลและอิตาเลียนเชื่อว่า อาเกต (Agate) จะช่วยประสานความเข้าใจระหว่าบริวารลูกน้อง และมีพลังขับไล่พลังด้านลบ หรือเชื้อโรคร้ายในร่างกายปกป้องไม่ให้เซลล์มะเร็งก่อตัว ทางด้านการบำบัด อาเกต (Agate) จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่อง ควรพกติดตัวไว้ อาเกต (Agate) จะช่วยในการสร้างสมดุลความมั่นคงและปกป้องคุ้มครอง ช่วยทำให้จิดใจเยือกเย็นคลายอารมณ์ เคร่งเครียด คนที่มีอารมณ์รุนแรงเร้าร้อน โกรธง่าย อาเกต (Agate) ทุกชนิดมีคุณสมบัติที่มหัศจรรย์มาก ในการชำระล้างอารมณ์เหล่านั้น อีกทั้งยังมีพลังแห่งความเชื่อมั่น เสริมสร้างให้เราทำในสิ่งที่มุ่งหวังใด้จบบรรลุผลสำเร็จ และยังกระตุ้นจิตใต้สำนึก ให้เรากลายเป็นคนที่กล้าเผชิญหน้า กับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง…” เรียกอีกอย่างว่า หินโมรา เป็นหินที่มีหลายสี ที่นิยาคือฟ้าอมเทาลายขาว หรือฟ้าในเนื้อหิน โมรา เป็นชื่อที่ใช้เรียกหินชนิดที่มีลายพาดที่มีสีและความทึบ ใสแตกต่างกัน โมรานั้นมีลักษณะที่หลากหลาย เป็นหินที่ช่วยเสริม ความมีชีวิตชีวา และพละกำลัง และให้ความมั่นใจแก่ผู้เป็นเจ้าของ ในสมัยโรมัน ใช้เป็นเครื่องนำโชค สำหรับนักกีฬาที่จะลงแข่งขันเป็นเหมือนเครื่องรางของขลัง ตั้งแต่โบราณ ชาวอียิปต์ ถือว่า ช่วยป้องกันภยันตรายให้เจ้าของ และเป็นตัวแทน ทรัพย์สิน เพิ่มความมั่งคั่ง ร่ำรวย ช่วยทำให้จิตใจเยือกเย็นสงบ ถ้านำมากำไว้ จะช่วยชำระล้างอารมณ์รุนแรง เร่าร้อน คลายอารมณ์เคร่งเครียด แล้วนำหินไปล้าง เพื่อชำระล้างทิ้งไป นอกจากนั้นยังช่วยสร้าง ภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย ถ้านำมาวางไว้บนหัวเตียงเชื่อว่า สามารถช่วยเสริมสมรรถภาพ พลังทางเพศได้อีกด้วย อาเกต(Agate)หรือ โมรา เป็นหินที่ประกอบด้วยซิลิกาขนิดผลึกเนียนละเอียด(cryptocrystalline) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาซิโดนี สลับกับ ควอตซ์ผลึกเล็ก เป็นลักษณะความละเอียดของผลึกและเป็นชนิดที่มีความหลากหลายของสี อาเกตสามารถพบได้ในหินชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหินอัคนี หรือหินแปร อาเกตสามารถพบได้ทั่วโลก ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโพรงในหินที่มีรอยเลื่อนหรือ ลาวาในสมัยโบราณ ลักษณะของอาเกต จะเป็นโครงสร้างที่มีแถบซึ่งจะขนานกับด้านข้างของโพรง เป็นไปได้ว่าพวกมันเกิดขึ้นได้ดังนี้ ในระหว่างการเย็นตัวลงของลาวา ไอน้ำและก๊าซอื่นๆ จะเกิดฟอง ฟองดังกล่าวเย็นตัวลงและแข็งตัวอยู่ในโพรง หลังจากหินแข็งตัวแล้วซิลิกาที่อิ่มตัวในสารละลายอาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นด่างเข้าไปในฟองอากาศและจับตัวเป็นซิลิกาเจ |
||||||||||||||||||||||||||||
|
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 IP: 27.130.90.71
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
ความเห็นที่ 3 : 10 ก.ย. 69, 11:44
![]() สภาพสวยๆ ไว้ประดับสวยงาม ทำจี้ หรือแกะสลักเป็นรูปต่างๆได้ หรือนำไปทำหัวแหวนหรืออื่นๆได้ อายุเกิน 100 ปีขึ้นไปครับ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน อาเกต (Agate) อยู่ในกลุ่ม คาลซิโดนี (Chalcedony) หมายถึง ควอทซ์ (Quartz) SiO2 กลุ่มที่ไม่มีรูปผลึก แร่ ควอทซ์ (Quartz) เป็นแร่ที่พบมากมาบบนพื้นโลก ซึ่งแร่ ควอทซ์ (Quartz) มีมากถึง 12% ของพิ้นผิวโลก เกิดจากหินภูเขาไฟ, การเปลี่ยนแปลงและทับถมของชั้นหิน ควอทซ์ (Quartz) โดยรวมแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มตามลักษณะของผลึก ชนิดเนื้อผลึก (Crystalline Quartz) เป็นกลุ่มชนิดที่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า ตัวอย่างเช่น Amethyst, Ametrine, Cat's-eye Quartz, Citrine, Phantom Quartz , Rock Crystal, Rose Quartz, Rutilated Quartz และ Smoky Quartz. ชนิดเนื้อเรียบเนียน (Cryptocrystalline Quartz) เป็นกลุ่มที่ต้องใช้กล้อง Light Microscope ซึ่งยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ Fibrous Cryptocrystalline Quartz เช่น Chalcedony Microgranular Cryptocrystalline Quartz เช่น Agate, Carnelian, Chrysoprase และ bloodstone อาเกต (Agate) พบได้ตามโพรงถ้ำและรอยแยกของแผ่นหิน โดยเกิดจากการตกตะกอนของน้ำใต้ดินที่มีส่วนประกอบของ ซิลิกา (Silica) และยังสามารถเกิดได้จากการหลอมรวมตัวบริเวณใกล้ผิวโลกภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันต่ำ อาเกต (Agate) จัดอยู่ในกลุ่มหินลาวาที่มี ซิลิกา (Silica) เจือปน อาเกต (Agate) มาจากภาษาท้องถิ่น จากชื่อแม่น้ำ "Achate" อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ ซิชิลี (Sicily) อาเกตถูกใช้เป็นเครื่องประดับและใช้ในการตกแต่งมามากกว่า 1,000 ปี ในช่วงยุคกลาง (ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 - 15) การสวมใส่เครื่องประดับที่ทำมาจาก อาเกต (Agate) เพื่อให้เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้า, เพื่อให้คนอื่นยอมรับ, นำชัยชนะ พละกำลัง มาสู่ผู้สวมใส่, ป้องกันภัยจากภยันอันตรายต่างๆ และยังช่วยบำบัดอาการนอนไม่หลับ รวมถึงยังช่วยให้ฝันดีอีกด้วย บางส่วนของอาวุธในสมัยโบราณ เช่น ขวาน ซึ่งจะถูกใช้โดยผู้ชายเมื่อ 2.5 ล้านปีก่อนนั้น ในพื้นที่แถบ โอโมวัลเล่ (Omo Valley)ปัจจุบันอยู่ในประเทศ เอธิโอเปีย (Ethiopia) ค้นพบว่าขวานโบราณนั้นทำมาจากหินจำพวก ควอทซ์ (Quartz) เช่น อาเกต (Agate) ที่ถูกใช้ในการทำอาวุธในสมัยโบราณนั้นเนื่องจากคุณสมบัติที่แข็งและเปราะทำให้สามารถจัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆได้ง่าย อาเกต (Agate) เป็นหินประจำราศี เมถุน (Gemini) และ อาเกต (Agate) ยังใช้เป็นอัญมณีสัญลักษณ์ของการครบรอบแต่งงานปีที่ 12 (12th Aniversary) ด้วย อาเกต (Agate) ยังช่วยให้เกิดความสมดุลย์ทางร่างกายทั้งทาง กายภาพ, อารมณ์, จิตใจ และจิตวิญญาณ รวมถึงยังสามารถขจัดปัดเป่าอุปสรรคและยังช่วยนำพาสิ่งดีๆมาสู่ผู้สวมใส่ ชนโบราณเชื่อกันว่า อาเกต (Agate) เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ และสามารถป้องกันภยันอันตราย ให้กับผู้เป็นเจ้าของได้ดียิ่ง จึงนิยมพกติดตัว หรือใช้เป็นเครื่องประดับ นอกจากนั้นยังถือกันว่า อาเกต (Agate) เป็นตัวแทนของทรัพย์สิน ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับผู้เป็นเจ้าของ ชาวอินเดีย จีน และ คนเม็กซิกันมีความเชื่อในเรื่องของ อาเกต (Agate) ว่าเป็นเครื่องมือนำพาหรือดึงดูดสิ่งดีดี เช่น ทรัพย์สินเงินตราหรือลาภยศมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ คนบราซิลและอิตาเลียนเชื่อว่า อาเกต (Agate) จะช่วยประสานความเข้าใจระหว่าบริวารลูกน้อง และมีพลังขับไล่พลังด้านลบ หรือเชื้อโรคร้ายในร่างกายปกป้องไม่ให้เซลล์มะเร็งก่อตัว ทางด้านการบำบัด อาเกต (Agate) จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่อง ควรพกติดตัวไว้ อาเกต (Agate) จะช่วยในการสร้างสมดุลความมั่นคงและปกป้องคุ้มครอง ช่วยทำให้จิดใจเยือกเย็นคลายอารมณ์ เคร่งเครียด คนที่มีอารมณ์รุนแรงเร้าร้อน โกรธง่าย อาเกต (Agate) ทุกชนิดมีคุณสมบัติที่มหัศจรรย์มาก ในการชำระล้างอารมณ์เหล่านั้น อีกทั้งยังมีพลังแห่งความเชื่อมั่น เสริมสร้างให้เราทำในสิ่งที่มุ่งหวังใด้จบบรรลุผลสำเร็จ และยังกระตุ้นจิตใต้สำนึก ให้เรากลายเป็นคนที่กล้าเผชิญหน้า กับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง…” เรียกอีกอย่างว่า หินโมรา เป็นหินที่มีหลายสี ที่นิยาคือฟ้าอมเทาลายขาว หรือฟ้าในเนื้อหิน โมรา เป็นชื่อที่ใช้เรียกหินชนิดที่มีลายพาดที่มีสีและความทึบ ใสแตกต่างกัน โมรานั้นมีลักษณะที่หลากหลาย เป็นหินที่ช่วยเสริม ความมีชีวิตชีวา และพละกำลัง และให้ความมั่นใจแก่ผู้เป็นเจ้าของ ในสมัยโรมัน ใช้เป็นเครื่องนำโชค สำหรับนักกีฬาที่จะลงแข่งขันเป็นเหมือนเครื่องรางของขลัง ตั้งแต่โบราณ ชาวอียิปต์ ถือว่า ช่วยป้องกันภยันตรายให้เจ้าของ และเป็นตัวแทน ทรัพย์สิน เพิ่มความมั่งคั่ง ร่ำรวย ช่วยทำให้จิตใจเยือกเย็นสงบ ถ้านำมากำไว้ จะช่วยชำระล้างอารมณ์รุนแรง เร่าร้อน คลายอารมณ์เคร่งเครียด แล้วนำหินไปล้าง เพื่อชำระล้างทิ้งไป นอกจากนั้นยังช่วยสร้าง ภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย ถ้านำมาวางไว้บนหัวเตียงเชื่อว่า สามารถช่วยเสริมสมรรถภาพ พลังทางเพศได้อีกด้วย อาเกต(Agate)หรือ โมรา เป็นหินที่ประกอบด้วยซิลิกาขนิดผลึกเนียนละเอียด(cryptocrystalline) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาซิโดนี สลับกับ ควอตซ์ผลึกเล็ก เป็นลักษณะความละเอียดของผลึกและเป็นชนิดที่มีความหลากหลายของสี อาเกตสามารถพบได้ในหินชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหินอัคนี หรือหินแปร อาเกตสามารถพบได้ทั่วโลก ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโพรงในหินที่มีรอยเลื่อนหรือ ลาวาในสมัยโบราณ ลักษณะของอาเกต จะเป็นโครงสร้างที่มีแถบซึ่งจะขนานกับด้านข้างของโพรง เป็นไปได้ว่าพวกมันเกิดขึ้นได้ดังนี้ ในระหว่างการเย็นตัวลงของลาวา ไอน้ำและก๊าซอื่นๆ จะเกิดฟอง ฟองดังกล่าวเย็นตัวลงและแข็งตัวอยู่ในโพรง หลังจากหินแข็งตัวแล้วซิลิกาที่อิ่มตัวในสารละลายอาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นด่างเข้าไปในฟองอากาศและจับตัวเป็นซิลิกาเจ |
||||||||||||||||||||||||||||
|
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 IP: 27.130.90.71
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
ความเห็นที่ 4 : 10 ก.ย. 69, 11:50
![]() สภาพสวยๆ เป็นเขาสัตว งานเก่าโบราณ มีจารตามรูปครับ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน |
||||||||||||||||||||||||||||
|
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 IP: 27.130.90.71
|