สยามฟิชชิ่ง
หน้าแรก|กระดาน|รีวิว|ประมูล|ตลาด|เปิดท้าย
login | สมัครสมาชิก | วิธีสมัครสมาชิก | ลืมชื่อ/รหัส | login ไม่ได้? | 5 ก.ย. 69
เหมาบ้านมาได้นิดหน่อยครับ 2 : ตลาดอุปกรณ์ตกปลา Fishing Gear Market
หน้าที่: 1
 ตลาด > สินค้าที่ไม่เกี่ยวกับการตกปลา
ความเห็น: 8 - [4 ก.ย. 69, 11:57] ดู: 287 - [5 ก.ย. 69, 11:33]
เหมาบ้านมาได้นิดหน่อยครับ 2
ประกาศ: 827
ความเห็น: 5,822
ล่าสุด: 05-09-2569
ตั้งแต่: 06-02-2555
ตั้งประกาศ : 4 ก.ย. 69, 11:23
เหมาบ้านมาได้นิดหน่อยครับ 2
สภาพ: สวยๆ
ราคา: ข้างใน บาท
วิธีการจอง: ผู้ประกาศจะเป็นผู้ตัดสิน
แก้ไขความเห็น: ท่านไม่สามารถแก้ไขความเห็นได้
ผู้มีสิทธิแสดงความเห็น:
 สมาชิกทั่วไป
 เป็นสมาชิกมาแล้วอย่างน้อย 7 วัน
 Market Feedback Score อย่างน้อย 0 คะแนน
 ภายใน 1 ปีได้รับ Feedback ลบไม่เกิน 1 ราย
เหลือเวลาแสดงประกาศ: 13 วัน 23 ชั่วโมง
ข้อมูลจะถูกเก็บไว้จนถึง: 2 ม.ค. 70, 11:23
ชื่อตามบัตร: ********* (โอนเงินเข้าบ/ช ชื่อนี้เท่านั้น)
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นที่จะเห็นข้อความนี้
ติดต่อ: 0949241542
สนใจโทร  094-9241542  นัท

ธนาคารกสิกร  0208416286

ธีรศักดิ์  ปานันตา


1  ตะกรุดเก่า  หลวงพ่อสุด วัดกาหลง      1850 ส่ง 50

สภาพเดิมๆ  สวยๆ  ไม่ผ่านใช้    มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน

สุดยอดพระเกจิดัง ลูกศิตย์ลูกหามากมายจริงๆ ทหาร ตำรวจ สายสืบ นักเลงก็ยังต้องมาฝากตัวเป็นศิตย์ หลวงพ่อสุด เลยนะคะ แม้แต่จอมโจรอย่าง ตี๋ใหญ่ ยังให้ความเคารพนับถือ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง อย่างสูงสุดเลยนะค่ะ หลายครั้ง ตี๋ใหญ่รอดตายมาได้ก็เพราะ เครื่องราง วัตถุมงคล เหรียญ ที่หลวงพ่อสุด วัดกาหลง มอบไว้ให้ติดตัว  คนใช้เท่านั้น ที่ทราบว่า พระของท่านขลังจริงๆ หลายรุ่นยังราคาเบาจับต้องได้  ขนาดเซียนใหญ่เช่าหาพระหลักล้าน ยังมา เช่าหา ซื้อขาย เก็บสะสม รวมทั้งบูชาติดตัว พระเครื่องของ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง กันเลย และ ตะกรุด ก็คือ หนึ่งในเครื่องราง ที่ ตี๋ใหญ่ มีติดตัวไว้ จึงรอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์ทุกครั้ง จนครั้งสุดท้ายนั้น ว่ากันว่า ตะกรุดที่ติดตัว ตี๋ใหญ่ นั้นได้หล่นหายไป จึงถึงแก่ชีวิต และไม่อยู่ยงคงกระพันอีกต่อไป

ตะกรุดชุด ตะกรุด 108 หลวงพ่อสุด วัดกาหลง
อลูมิเนียม ถักเชือก สวยเดิมจากวัด ไม่ผ่านการใช้  ทันหลวงพ่อสุด วัดกาหลง ปลุกเสก มีประวัติการจัดสร้างชัดเจนลงใน หนังสือรวมสุดยอดวัตถุมงคล หลวงพ่อสุด วัดกาหลงจะเก็บสะสม หรือไว้บูชา ก็สบายใจได้แน่นอนว่า ได้ของแท้ไว้ติดตัว


ประสบการณ์ด้าน เมตตา แคล้วคลาด คงกระพัน ชาตรี มหาเดช มหาอำนาจ คุ้มครองภัยครบครัน
ขนาดตะกรุดแต่ละดอกยาวประมาณ 1 ซม. เชือกถักยาวรวมประมาณ 1 เมตร น้ำหนักประมาณ 32 กรัม


ประวัติหลวงพ่อสุด วัดกาหลง

หลวงพ่อสุด ท่านเป็นชาว อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดจากตระกูลชาวนา บิดาชื่อ นายมาก มารดาชื่อ นางอ่อนศรี เกิดวันที่ 7 พฤษภาคม 2445 ตรงกับ วันพุธ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล ณ บ้านค้อใหญ่ ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ในแผ่นดินของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพี่น้อง 3 คน คือ 1.นางบุตรดี มูลลิสาร 2.นางสาวหวด สัตตัง 3.พระครูสมุทรธรรมสุนทร ต่อมาเมื่ออายุ 16 ปี หลวงพ่อได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2461 ที่วัดกลางพนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด พระครูเม้า เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้เป็นพระอาจารย์องค์สำคัญที่หลวงพ่อให้ความเคารพนับถืออย่างมาก ก่อนหน้าที่จะบวชเณร หลวงพ่อได้รับวิทยฐานะสำเร็จชั้นประถมปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดคำหยาด ต.คำไฮ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด บวชเณรได้ระยะหนึ่ง หลวงพ่อก็เดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ด มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพ เพื่อแสวงหาความรู้ทางธรรมจากสำนักเรียนในกรุงเทพ เข้าใจว่า หลวงพ่อคงจะมาบวชเป็นพระที่วัดกาหลง นี่เอง ทั้งนี้เพราะใน พ.ศ. 2481 อายุได้ 36 สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดกาหลง

ด้านการปกครอง

  พ.ศ. 2478 เป็นเจ้าอาวาสวัดกาหลง

  พ.ศ. 2479 เป็นเจ้าคณะหมวด

  พ.ศ. 2484 เป็นเจ้าคณะตำบล

  พ.ศ. 2495 เป็นสาธารณูปการอำเภอ



ด้านการศึกษา
  พ.ศ. 2482 เป็นผู้อุปการะโรงเรียนวัดกาหลง

  พ.ศ. 2485 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม

  พ.ศ. 2495 เป็นกรรมการการตรวจธรรมสนามหลวง



ด้านสมณศักดิ์

  พ.ศ. 2490 เป็นพระครูสัญญบัตร ชั้นตรี

  พ.ศ. 2511 เป็นพระครูสัญญบัตร ชั้นโท

  พ.ศ. 2517 เป็นพระครูสัญญบัตร ชั้นเอก

พระครูสมุทรธรรมสุนทร ถึงแม้ท่านจะมิใช่คนสมุทรสาคร แต่ท่านก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของชาวทะเลเลือดสมุทร เพราะคนในแถบ จ.สมุทรสาคร  ท่านก็ได้ให้ความเมตตาช่วยเหลือมาตลอด และเป็นที่รักของลูกศิษย์ลูกหา พระหลวงพ่อฉลอง บุญยงค์ เจ้าอาวาสวัดนาขวาง พระครูสุนทรพัฒนาภรณ์ เคยเป็นเจ้าอาวาสวัดกาหลง พระหลวงพ่อพยนต์ คนบ้านนาขวาง และลูกศิตย์พระหลวงพ่อสุด วัดกาหลง ได้มาดูแลพระหลวงพ่อสุด ตอนที่พระหลวงพ่อสุดอาพาส พระหลวงพ่อสุดท่านอยู่ โรงพยาบาลเปาโล แถวสะพานควาย กทม. และมีนายอุเทน เตชะไพบูลย์ เจ้าของธนาคารศรีนคร จ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้ พระหลวงพ่อสุด วัดกาหลง. เก็บพระสรีระของพระหลวงพ่อสุด. จนถึงปี 2545 และนำร่างของพระหลวงพ่อสุด มาจัดงานพระราชทานเพลิงศพ ปกติพระหลวงพ่อสุด ตอนมีชีวิตอยู่จะไม่ให้หวย และพระหลวงพ่อสุด ท่านมาเข้าฝัน พระหลวงพ่อ ฉลอง วัดนาขวาง และให้บอกต่อๆกับชาวบ้าน ปรากฏว่าชาวบ้านวัดกาหลงและชาวบ้านวัดนาขวาง ได้หวยเลขนี้จากหลวงพ่อ ฉลอง บุญยงค์ ที่ให้วันหวยออก ชาวบ้านต่างพาถูกหวยเลขนี้และชาวบ้านวัดกาหลงและนาขวางสมทบช่วยเหลือจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ของพระหลวงพ่อสุดใหญ่โตมโหราณมาก พระเหรียญหลวงพ่อสุด รุ่นเสือเผ่นปี 2517 มีพุทธคุณปาฎิหาร แคล้วคลาด จากทหารราชรานาวี คนบ้านกาหลงส่งไปปราบผู้ก่อการร้ายที่ จ.นครศรีธรรมราช สู้กับผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธสงครามหลายชนิดเช่น อาก้า ปืนเอ็ม16 และกระสุนหลายร้อยนัดยิงสาดเข้าไปรถยีเอ็มซี ระหว่างนั้นมีทหารถูกยิงที่เข้าขาบ้าง แขนบ้าง และบางคนถูกยิงบาดเจ็บ และมีทหารราชนาวีถูกยิงเข้าลำตัวด้านหน้า แต่ถูกองค์พระเหรียญปี 2517 เสือเผ่น และลำตัวทหารราชนาวีเป็นรอยจ่ำๆเขียวช้ำๆแต่ไม่เข้า และมีคนสอบถามเรื่องพระเหรียญรุ่นเสือเผ่นนี้



ยันต์ตะกร้อ เป็นยันต์ที่หลวงพ่อสุดได้ปลุกเสกขึ้นมา โดยตอนปลุกเสกนั้นหลวงพ่อท่านได้ลงคาถาอาคมโดยใช้ภาษาขอม เขมร และลาว โดยที่บทสวดที่ท่านสวดมีใจความว่า

    จะกระสุนก็ดี จะไฟก็ดี ก็ไม่สามารถจะทำอะไรเนื้อหนัง และกระดูกได้

นอกจากนี้ยันต์ตะกร้อยังเป็นที่กล่าวขานและเป็นที่นิยมกันใน ชาว จ.สมุทรสาคร อีกด้วย

พระอาจารย์ของหลวงพ่อสุด

ตอนที่ท่านไปศึกษาหาความรู้ทางพระพุทธศาสนาและวิชาอาคมในที่ต่างๆ จากพระอาจารย์หลายท่าน อาทิ

        หลวงปู่เม้า วัดกลางพนมไพร (วัดกลางอุดมเวทย์ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ในปัจจุบัน) (พระอุปัชฌาย์ที่บวชให้ท่านในสมัยตอนเป็นเณร)

        หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ(สำหรับหลวงพ่อรุ่ง ในปี 2484 หลวงพ่อสุดเป็นเจ้าคณะตำบล หลวงพ่อรุ่งได้จัดทำเหรียญรุ่นแรกของท่านหลวงพ่อสุดก็ได้อยู่ในการร่วมสร้าง เหรียญนี้ด้วยเช่นกัน)

        หลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม (เป็นพระที่หลวงพ่อสุดนับถือมาก) เป็นต้น
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น
- ระวังการให้ติดต่อทาง LINE เพื่อแจ้งบัญชีโอนเงินอื่น
- สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561
- หากผู้ประกาศแจ้งชื่อบัญชีที่ไม่ใช่ชื่อ ********* หรือแจ้งเฉพาะหมายเลขบัญชีแต่ไม่แจ้งชื่อบัญชี ให้ท่านปฏิเสธการชำระเงิน และแจ้งเรื่องมาที่ webmaster
- ตั้งแต่วันที่ 1/4/2561 เป็นต้นไป การลงขายสินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมี ภาพถ่ายสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน อย่างน้อย 1 ภาพ หากผู้ขายไม่ได้ลงภาพถ่ายคู่ฯ ผู้ซื้อมีสิทธิที่เรียกขอดูภาพถ่ายคู่ฯ ได้ และหากผู้ขายไม่ส่งภาพให้ ผู้ซื้อมีสิทธิจะปฎิเสธการชำระเงินได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการทิ้งการจอง
แก้ไข 4 ก.ย. 69, 11:23 IP: 27.130.82.74
ประกาศ: 827
ความเห็น: 5,822
ล่าสุด: 05-09-2569
ตั้งแต่: 06-02-2555
ความเห็นที่ 1 : 4 ก.ย. 69, 11:25
2  เหรียญในหลวงเสมา ครบ 3 รอบ มหาราช ปี 06  ให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  หายากกว่าเนื้อทองคำ  4500 ส่ง50
2  เหรียญในหลวงเสมา ครบ 3 รอบ มหาราช ปี 06  ให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  หายากกว่าเนื้อทองคำ  4500 ส่ง50

สภาพสวยๆ  เดิมๆ  ไม่ผ่านใช้  กล่องครบ  นานๆจะเจอครับ  ส่วนมากเก็บกันหมด    เหรียญสีเหมือนเนื้อทองแท้ครับ    มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน


เหรียญในหลวงเสมา ครบ3 รอบ มหาราช ปี06 กะไหล่ทอง หายาก ปลุกเสกพิธีใหญ่ ปีพ.ศ.ลึก ทรงคุณค่า น่าบูชา

รายละเอียด พระดี พิธีใหญ่ ปี พ.ศ.ลึก นับเป็นเหรียญอันทรงคุณค่า แห่งแผ่นดินและของชาติ อันนำแบบพระพักตร์หันข้างของพ่อหลวงของเรา มาเป็นต้นแบบ บนเหรียญรุ่นนี้ครับ

เหรียญในหลวงเสมา ครบ 3 รอบ มหาราช ปี 06 กะไหล่ทอง หายาก ปลุกเสก พิธีใหญ่ ปี พ.ศ.ลึก ทรงคุณค่า น่าบูชาและสะสม

สุดยอดพิธีที่มีเกจิอาจารย์ทั่วประเทศปลุกเสก!! ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งแห่งยุค

ประวัติการสร้าง....
เหรียญอนุสรณ์มหาราช
เหรียญเสมา 3 รอบ รัชกาลที่ 9 มีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ว่า เหรียญนี้ไม่ใช่แค่เป็นเหรียญที่ระลึก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2506 เท่านั้น แท้จริงเป็นเหรียญที่ได้ผ่านพิธีการปลุกเสกอย่างยิ่งใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธ ถึง 2 วาระด้วยกัน โดยพระคณาจารย์ที่โด่งดังในปี 2506 ซึ่งพระเครื่องของท่านเหล่านั้น ปัจจุบันเราเล่นหากันเป็นแสนเป็นล้าน เช่น อาจารย์ทิม วัดช้างไห้ ผู้สร้างหลวงพ่อทวดอันลือลั่น หลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอม หลวงพ่อเต๋ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ฯลฯ
ใครที่รู้แล้วก็ถือเป็นการทบทวนความจำนะครับ
ส่วนใครที่ยังไม่รู้ ...เมื่ออ่านพิธีการปลุกเสกแล้วก็รีบหานะครับ
ใช้คุ้มครองตนเองเหมือนพระเครื่อง..แถมเป็นมงคลที่ยิ่งใหญ่กับชีวิตอีกด้วย เหรียญอนุสรณ์มหาราช สร้างในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2506
เหรียญเสมา (รูปอาร์มหรือโล่ห์) ขนาด 1.8 X 1.6 ซ.ม. เป็นเนื้ออัลปาก้า (เนื้อเงินและทองคำก็มี) ผ่านพิธีปลุกเสกใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธ 2 วาระด้วยกัน ดังนี้
1. ครั้งแรกวันที่ 29-30 พ.ย.2506
2. และระหว่างวันที่ 5-6-7 เมษายน 2507
รายนามพระคณาจารย์ที่ได้รับอาราธนามานั่งปรกบริกรรม วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2506 ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ (พิธีครั้งที่ 1)
1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา
2. หลวงพ่อพระครูโพธิสารประสาธน์ วัดโพธิสัมพันธ์ บางละมุง ชลบุรี
3. หลวงพ่อพระวรพจรน์ปัญญาจารย์ วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี
4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง
5. หลวงพ่อพระราชหระสิทธิคุณ วัดราชธานี สุโขทัย
6. หลวงพ่อเงิน (พระราชธรรมาภรณ์ )วัดดอนยายหอม นครปฐม
7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม
8. พ่อท่านคล้าย วัดสวนขวัญ ฉวาง นครศรีธรรมราช
9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ ปัตตานี
รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 5 เมษายน 2507
1. พระสุเมธมุนี เจ้าคณะวัดบางหลวง ปทุมธานี
2. พระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงพ่อผล) วัดหนัง ธนบุรี
3. พระครูปลัดบุญรอด วัดประดู่พัฒนาราม นครศรีธรรมราช
4. หลวงพ่อทบ วัดสว่างอรุณ ชนแดน เพชรบูรณ์
5. พระครูนนทกิจวิมล ( หลวงพ่อชื่น) วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี
6. หลวงพ่อบัว วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี
7. พระครูพุทธมนต์วราจารย์ (พระปลัดสุพจน์) วัดสุทัศน์ พระนคร
8. พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์เชียงราก ปทุมธานี
9. หลวงพ่อหอม วัดขากหมาก ระยอง
รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 6 เมษายน 2507
1. พระครูพิทักษ์วิการกิจ (หลวงพ่อสา) วัดราชนัดดา พระนคร
2. พระครูสถาพรพุทธมนต์(หลวงพ่อสำเนียง) วัดเวฬุวนาราม บางเลน นครปฐม
3. พระครูธรรมิตรนุรักษ์ วัดเขาหลัก ท่าศาลา นครศรีธรรมราช
4. พระครูรักขิตวันมุนี (หลวงพ่อถีร์) วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี
5. พระเทพสังวรวิมล (หลวงพ่อเจียง) วัดเจริญสุขาราม สมุทรสงคราม
6. หลวงพ่อสำเภา วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ ธนบุรี
7. พระครูบาวัง วัดบ้านเด่น จ.ตาก
8. พระมุจรินทร์โมลี (หลวงปู่ดำ) วัดมุจรินทร์ หนองจิก ปัตตานี
รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 7 เมษายน 2507
1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก บางไทร อยุธยา
2. พระครูโพธิสารประสาธน์ (อาจารย์บุญมี) วัดโพธิสัมพันธ์ ชลบุรี
3. พระวราพจน์ปัญญาจารย์ (หลวงพ่อวัดป่า) วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี
4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง
5. พระราชประสิทธิคุณ (หลวงพ่อทิม) วัดราชธานี สุโขทัย
6. พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม นครปฐม
7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม
8. พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อเมี้ยน) วัดพระเชตุพน พระนคร
9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ โคกโพธิ์ ปัตตานี
การเริ่มพิธีนั้น พระเจริญคาถาภารวาณจะ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.ของแต่ละวัน พระคณาจารย์ทุกรูปจะผลัดเปลี่ยนกันนั่งปรกบริกรรมกันตลอดเวลา จนตลอดรุ่งของทุกวัน จนถึงเช้าตรู่วันที่ 8 เมษายน 2507 เวลา 6.00 น. พระอาจารย์ที่นั่งปรกวันที่สามทั้งหมดทุกรูปประชุมพร้อมกันปลุกเสกเงียบเป็นเวลา 30 นาที พอครบเวลาตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ลั่นฆ้องชัย พราหมณ์ เป่าสังข์แกว่งบัณเฑาะว์ ปี่พาทย์ทำเพลง 3 ลา พระคณาจารย์ทุกรูปประพรมน้ำพุทธมนต์เหรียญเสมาทั้งหมดที่เข้าพิธีเสร็จแล้วเจิม พระพิธีธรรมเจริญคาถาดับเทียนชัย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ดับเทียนชัย พราหมณ์เริ่มพิธีเบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชเป็นเสร็จการพิธี
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น
- สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561
IP: 27.130.82.74
ประกาศ: 827
ความเห็น: 5,822
ล่าสุด: 05-09-2569
ตั้งแต่: 06-02-2555
ความเห็นที่ 2 : 4 ก.ย. 69, 11:26
2  เหรียญในหลวงเสมา ครบ 3 รอบ มหาราช ปี 06  ให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  หายากกว่าเนื้อทองคำ  4500 ส่ง50
2  เหรียญในหลวงเสมา ครบ 3 รอบ มหาราช ปี 06  ให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  หายากกว่าเนื้อทองคำ  4500 ส่ง50

สภาพสวยๆ  เดิมๆ  ไม่ผ่านใช้  กล่องครบ  นานๆจะเจอครับ  ส่วนมากเก็บกันหมด    เหรียญสีเหมือนเนื้อทองแท้ครับ    มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน


เหรียญในหลวงเสมา ครบ3 รอบ มหาราช ปี06 กะไหล่ทอง หายาก ปลุกเสกพิธีใหญ่ ปีพ.ศ.ลึก ทรงคุณค่า น่าบูชา

รายละเอียด พระดี พิธีใหญ่ ปี พ.ศ.ลึก นับเป็นเหรียญอันทรงคุณค่า แห่งแผ่นดินและของชาติ อันนำแบบพระพักตร์หันข้างของพ่อหลวงของเรา มาเป็นต้นแบบ บนเหรียญรุ่นนี้ครับ

เหรียญในหลวงเสมา ครบ 3 รอบ มหาราช ปี 06 กะไหล่ทอง หายาก ปลุกเสก พิธีใหญ่ ปี พ.ศ.ลึก ทรงคุณค่า น่าบูชาและสะสม

สุดยอดพิธีที่มีเกจิอาจารย์ทั่วประเทศปลุกเสก!! ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งแห่งยุค

ประวัติการสร้าง....
เหรียญอนุสรณ์มหาราช
เหรียญเสมา 3 รอบ รัชกาลที่ 9 มีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ว่า เหรียญนี้ไม่ใช่แค่เป็นเหรียญที่ระลึก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2506 เท่านั้น แท้จริงเป็นเหรียญที่ได้ผ่านพิธีการปลุกเสกอย่างยิ่งใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธ ถึง 2 วาระด้วยกัน โดยพระคณาจารย์ที่โด่งดังในปี 2506 ซึ่งพระเครื่องของท่านเหล่านั้น ปัจจุบันเราเล่นหากันเป็นแสนเป็นล้าน เช่น อาจารย์ทิม วัดช้างไห้ ผู้สร้างหลวงพ่อทวดอันลือลั่น หลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอม หลวงพ่อเต๋ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ฯลฯ
ใครที่รู้แล้วก็ถือเป็นการทบทวนความจำนะครับ
ส่วนใครที่ยังไม่รู้ ...เมื่ออ่านพิธีการปลุกเสกแล้วก็รีบหานะครับ
ใช้คุ้มครองตนเองเหมือนพระเครื่อง..แถมเป็นมงคลที่ยิ่งใหญ่กับชีวิตอีกด้วย เหรียญอนุสรณ์มหาราช สร้างในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2506
เหรียญเสมา (รูปอาร์มหรือโล่ห์) ขนาด 1.8 X 1.6 ซ.ม. เป็นเนื้ออัลปาก้า (เนื้อเงินและทองคำก็มี) ผ่านพิธีปลุกเสกใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธ 2 วาระด้วยกัน ดังนี้
1. ครั้งแรกวันที่ 29-30 พ.ย.2506
2. และระหว่างวันที่ 5-6-7 เมษายน 2507
รายนามพระคณาจารย์ที่ได้รับอาราธนามานั่งปรกบริกรรม วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2506 ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ (พิธีครั้งที่ 1)
1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา
2. หลวงพ่อพระครูโพธิสารประสาธน์ วัดโพธิสัมพันธ์ บางละมุง ชลบุรี
3. หลวงพ่อพระวรพจรน์ปัญญาจารย์ วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี
4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง
5. หลวงพ่อพระราชหระสิทธิคุณ วัดราชธานี สุโขทัย
6. หลวงพ่อเงิน (พระราชธรรมาภรณ์ )วัดดอนยายหอม นครปฐม
7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม
8. พ่อท่านคล้าย วัดสวนขวัญ ฉวาง นครศรีธรรมราช
9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ ปัตตานี
รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 5 เมษายน 2507
1. พระสุเมธมุนี เจ้าคณะวัดบางหลวง ปทุมธานี
2. พระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงพ่อผล) วัดหนัง ธนบุรี
3. พระครูปลัดบุญรอด วัดประดู่พัฒนาราม นครศรีธรรมราช
4. หลวงพ่อทบ วัดสว่างอรุณ ชนแดน เพชรบูรณ์
5. พระครูนนทกิจวิมล ( หลวงพ่อชื่น) วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี
6. หลวงพ่อบัว วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี
7. พระครูพุทธมนต์วราจารย์ (พระปลัดสุพจน์) วัดสุทัศน์ พระนคร
8. พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์เชียงราก ปทุมธานี
9. หลวงพ่อหอม วัดขากหมาก ระยอง
รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 6 เมษายน 2507
1. พระครูพิทักษ์วิการกิจ (หลวงพ่อสา) วัดราชนัดดา พระนคร
2. พระครูสถาพรพุทธมนต์(หลวงพ่อสำเนียง) วัดเวฬุวนาราม บางเลน นครปฐม
3. พระครูธรรมิตรนุรักษ์ วัดเขาหลัก ท่าศาลา นครศรีธรรมราช
4. พระครูรักขิตวันมุนี (หลวงพ่อถีร์) วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี
5. พระเทพสังวรวิมล (หลวงพ่อเจียง) วัดเจริญสุขาราม สมุทรสงคราม
6. หลวงพ่อสำเภา วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ ธนบุรี
7. พระครูบาวัง วัดบ้านเด่น จ.ตาก
8. พระมุจรินทร์โมลี (หลวงปู่ดำ) วัดมุจรินทร์ หนองจิก ปัตตานี
รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 7 เมษายน 2507
1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก บางไทร อยุธยา
2. พระครูโพธิสารประสาธน์ (อาจารย์บุญมี) วัดโพธิสัมพันธ์ ชลบุรี
3. พระวราพจน์ปัญญาจารย์ (หลวงพ่อวัดป่า) วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี
4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง
5. พระราชประสิทธิคุณ (หลวงพ่อทิม) วัดราชธานี สุโขทัย
6. พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม นครปฐม
7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม
8. พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อเมี้ยน) วัดพระเชตุพน พระนคร
9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ โคกโพธิ์ ปัตตานี
การเริ่มพิธีนั้น พระเจริญคาถาภารวาณจะ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.ของแต่ละวัน พระคณาจารย์ทุกรูปจะผลัดเปลี่ยนกันนั่งปรกบริกรรมกันตลอดเวลา จนตลอดรุ่งของทุกวัน จนถึงเช้าตรู่วันที่ 8 เมษายน 2507 เวลา 6.00 น. พระอาจารย์ที่นั่งปรกวันที่สามทั้งหมดทุกรูปประชุมพร้อมกันปลุกเสกเงียบเป็นเวลา 30 นาที พอครบเวลาตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ลั่นฆ้องชัย พราหมณ์ เป่าสังข์แกว่งบัณเฑาะว์ ปี่พาทย์ทำเพลง 3 ลา พระคณาจารย์ทุกรูปประพรมน้ำพุทธมนต์เหรียญเสมาทั้งหมดที่เข้าพิธีเสร็จแล้วเจิม พระพิธีธรรมเจริญคาถาดับเทียนชัย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ดับเทียนชัย พราหมณ์เริ่มพิธีเบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชเป็นเสร็จการพิธี
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น
- สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561
IP: 27.130.82.74
ประกาศ: 827
ความเห็น: 5,822
ล่าสุด: 05-09-2569
ตั้งแต่: 06-02-2555
ความเห็นที่ 3 : 4 ก.ย. 69, 11:27
3 หยกแกะเจ้าแม่กวนอิม  โบราณ    5900  ส่ง50

สภาพสวยๆ  เดิมๆ  ชิ้นใหญ่  หนักครับ  งานแกะสลักมือโบร
3 หยกแกะเจ้าแม่กวนอิม  โบราณ    5900  ส่ง50

สภาพสวยๆ  เดิมๆ  ชิ้นใหญ่  หนักครับ  งานแกะสลักมือโบราณทั้งชิ้น หยกเขียวจักรพรรดิ  เนื้อหยกสวย  เย็นครับ  ส่องไฟทะลุทั้งหมดแบบนี้หาได้ยากมากครับ  งานเก่าโบราณ  มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน




ประวัติ และ ตำนาน เจ้าแม่กวนอิม



          เจ้าแม่กวนอิม เป็นพระโพธิสัตว์ ของพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย และได้ผสมผสานกับความเชื่อพื้นถิ่นดั้งเดิมของจีน คือตำนานเรื่องพระธิดาเมี่ยวซ่าน ก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจากในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ

พระโพธิสัตว์กวนอิมในตำนานฝ่ายจีน

          พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา มาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดาองค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง ซึ่งมีราชธิดา 3 องค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัยเป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด
          ต่อมาองค์หญิงสามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำองค์หญิงสามไปอยู่ที่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ไม่เกี่ยงงานการต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไป พร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้
          พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก โดยเข้าพระทัยว่านายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก
ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม วันที่ 19 เดือน 6 ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก
          ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระองค์ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้าง เพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่า ภายหลังสำเร็จอรหันต์ ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปาฏิหารย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์หญิงเมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน


พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์



          พระอวโลกิเตศวร (เทวนาครี अवलोकितेश्वर , โรมัน Avalokiteśvara , จีน 觀世音) พระโพธิสัตว์องค์สำคัญของพระพุทธศาสนามหายาน ที่มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุด และเป็นเสมือนปุคคลาธิษฐานแห่งมหากรุณาคุณของพระพุทธเจ้าทั้งปวง เรื่องราวของพระอวโลกิเตศวรปรากฏอยู่ทั่วไปในคัมภีร์สันสกฤตของมหายาน อาทิ ปฺรชฺญาปารมิตาสูตฺร, สทฺธรฺมปุณฑรีกสูตฺร และการณฺฑวยูหสูตฺร

ความหมายของพระนาม

          คำว่า อวโลกิเตศวร ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลายนัยด้วยกัน แต่โดยรูปศัพท์แล้ว คำว่าอวโลกิเตศวรมาจากคำสันสกฤตสองคำคือ อวโลกิต กับ อิศวร แปลได้ว่าผู้เป็นใหญ่ที่เฝ้ามองจากเบื้องบน หรือพระผู้ทัศนาดูโลก ซึ่งหมายถึงเฝ้าดูแลสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์นั่นเอง, ซิมเมอร์ นักวิชาการชาวเยอรมันอธิบายว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้ทรงเป็นสมันตมุข คือ ปรากฏพระพักตร์อยู่ทุกทิศอาจแลเห็นทั้งหมด ทรงเป็นผู้ที่สามารถบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ คืออาจจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่ทรงยับยั้งไว้เนื่องจากความกรุณาสงสารต่อสรรพสัตว์ นอกจากนี้นักปราชญ์พุทธศาสนาบางท่านยังได้เสนอความเห็นว่า คำว่า อิศวร นั้น เป็นเสมือนตำแหน่งที่ติดมากับพระนามอวโลกิตะ จึงถือได้ว่าทรงเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์เดียวที่มีตำแหน่งระบุไว้ท้ายพระนาม ในขณะที่พระโพธิสัตว์พระองค์อื่นหามีไม่ อันแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญยิ่งของพระโพธิสัตว์พระองค์นี้
พุทธศาสนิกชนชาวจีนจะรู้จักพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ในพระนามว่า กวนซีอิม หรือ กวนอิม ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤต คือผู้เพ่งสดับเสียงแห่งโลก แต่โดยทั่วไปแล้วมักให้อรรถาธิบายเป็นใจความว่าหมายถึง พระผู้สดับฟังเสียงคร่ำครวญของสัตว์โลก (ที่กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์) คำว่ากวนซีอิมนี้พระกุมารชีวะชาวเอเชียกลางผู้ไปเผยแผ่พระศาสนาในจีนเป็นผู้แปลขึ้น ต่อมาตัดออกเหลือเพียงกวนอิมเท่านั้น เนื่องจากคำว่าซีไปพ้องกับพระนามของ จักรพรรดิถังไท่จง หรือ หลีซีหมิง นั่นเอง

พระอวโลกิเตศวรในฐานะเป็นพระธยานิโพธิสัตว์

พุทธศาสนามหายานได้จำแนกพระโพธิสัตว์ออกเป็น ๒ ประเภท อันได้แก่ พระมนุษิโพธิสัตว์ และ พระธยานิโพธิสัตว์
          • พระมนุษิโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ในสภาวะมนุษย์หรือเป็นสิ่งมีชีวิตในรูปแบบอื่น ๆ ที่กำลังบำเพ็ญสั่งสมบารมีอันยิ่งใหญ่เพื่อพระโพธิญาณอันประเสริฐ ถ้าตามมติของฝ่ายเถรวาทก็คือผู้ที่ยังเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารเพื่อบำเพ็ญ ทศบารมี ๑๐ ประการให้บริบูรณ์ เหมือนเมื่อครั้งสมเด็จพระผู้มีพระภาคได้ทรงกระทำมาในอดีต โดยที่ทรงเสวยพระชาติเป็นทั้งมนุษย์และสัตว์จนได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระศากยมุนีพุทธเจ้า การบำเพ็ญบารมีดังกล่าวนี้เป็นความยากลำบากแสนสาหัส สำเร็จได้ด้วยโพธิจิต อีกทั้งวิริยะและความกรุณาอันหาที่เปรียบมิได้ ต้องอาศัยระยะเวลายาวนานนับด้วยกัปอสงไขย สิ้นภพสิ้นชาติสุดจะประมาณได้
      • พระธยานิโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ประเภทนี้มิใช่พระโพธิสัตว์ผู้กำลังบำเพ็ญบารมีเพื่อแสวงหาดวงปัญญาอันจะนำไปสู่ความรู้แจ้งเหมือนประเภทแรก แต่เป็นพระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีบริบูรณ์ครบถ้วนแล้ว และสำเร็จเป็นพระธยานิโพธิสัตว์หรือพระโพธิสัตว์ในสมาธิโดยยับยั้งไว้ยังไม่เสด็จเข้าสู่พุทธภูมิ เพื่อจะโปรดสรรพสัตว์ต่อไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด พระธยานิโพธิสัตว์นี้เป็นทิพยบุคคลที่มีลักษณะดังหนึ่งเทพยดา มีคุณชาติทางจิตเข้าสู่ภูมิธรรมขั้นสูงสุดและทรงไว้ซึ่งพระโพธิญาณอย่างมั่นคง จึงมีสภาวะที่สูงกว่าพระโพธิสัตว์ทั่วไป พระธยานิโพธิสัตว์มักจะมีภูมิหลังที่ยาวนาน เป็นพระโพธิสัตว์เจ้าที่สำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์มาเนิ่นนานนับแต่สมัยพระอดีตพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ สุดจะคณานับเป็นกาลเวลาได้ พระธยานิโพธิสัตว์ที่พุทธศาสนิกชนมหายานรู้จักดี อาทิ พระมัญชุศรี พระอวโลกิเตศวร พระมหาสถามปราปต์ พระสมันตภัทร พระกษิติครรภ์ เป็นต้น
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น
- สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561
IP: 27.130.82.74
ประกาศ: 827
ความเห็น: 5,822
ล่าสุด: 05-09-2569
ตั้งแต่: 06-02-2555
ความเห็นที่ 4 : 4 ก.ย. 69, 11:28
3 หยกแกะเจ้าแม่กวนอิม  โบราณ    5900  ส่ง50

สภาพสวยๆ  เดิมๆ  ชิ้นใหญ่  หนักครับ  งานแกะสลักมือโบร
3 หยกแกะเจ้าแม่กวนอิม  โบราณ    5900  ส่ง50

สภาพสวยๆ  เดิมๆ  ชิ้นใหญ่  หนักครับ  งานแกะสลักมือโบราณทั้งชิ้น หยกเขียวจักรพรรดิ  เนื้อหยกสวย  เย็นครับ  ส่องไฟทะลุทั้งหมดแบบนี้หาได้ยากมากครับ  งานเก่าโบราณ  มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน




ประวัติ และ ตำนาน เจ้าแม่กวนอิม



          เจ้าแม่กวนอิม เป็นพระโพธิสัตว์ ของพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย และได้ผสมผสานกับความเชื่อพื้นถิ่นดั้งเดิมของจีน คือตำนานเรื่องพระธิดาเมี่ยวซ่าน ก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจากในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ

พระโพธิสัตว์กวนอิมในตำนานฝ่ายจีน

          พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา มาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดาองค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง ซึ่งมีราชธิดา 3 องค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัยเป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด
          ต่อมาองค์หญิงสามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำองค์หญิงสามไปอยู่ที่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ไม่เกี่ยงงานการต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไป พร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้
          พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก โดยเข้าพระทัยว่านายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก
ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม วันที่ 19 เดือน 6 ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก
          ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระองค์ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้าง เพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่า ภายหลังสำเร็จอรหันต์ ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปาฏิหารย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์หญิงเมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน


พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์



          พระอวโลกิเตศวร (เทวนาครี अवलोकितेश्वर , โรมัน Avalokiteśvara , จีน 觀世音) พระโพธิสัตว์องค์สำคัญของพระพุทธศาสนามหายาน ที่มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุด และเป็นเสมือนปุคคลาธิษฐานแห่งมหากรุณาคุณของพระพุทธเจ้าทั้งปวง เรื่องราวของพระอวโลกิเตศวรปรากฏอยู่ทั่วไปในคัมภีร์สันสกฤตของมหายาน อาทิ ปฺรชฺญาปารมิตาสูตฺร, สทฺธรฺมปุณฑรีกสูตฺร และการณฺฑวยูหสูตฺร

ความหมายของพระนาม

          คำว่า อวโลกิเตศวร ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลายนัยด้วยกัน แต่โดยรูปศัพท์แล้ว คำว่าอวโลกิเตศวรมาจากคำสันสกฤตสองคำคือ อวโลกิต กับ อิศวร แปลได้ว่าผู้เป็นใหญ่ที่เฝ้ามองจากเบื้องบน หรือพระผู้ทัศนาดูโลก ซึ่งหมายถึงเฝ้าดูแลสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์นั่นเอง, ซิมเมอร์ นักวิชาการชาวเยอรมันอธิบายว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้ทรงเป็นสมันตมุข คือ ปรากฏพระพักตร์อยู่ทุกทิศอาจแลเห็นทั้งหมด ทรงเป็นผู้ที่สามารถบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ คืออาจจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่ทรงยับยั้งไว้เนื่องจากความกรุณาสงสารต่อสรรพสัตว์ นอกจากนี้นักปราชญ์พุทธศาสนาบางท่านยังได้เสนอความเห็นว่า คำว่า อิศวร นั้น เป็นเสมือนตำแหน่งที่ติดมากับพระนามอวโลกิตะ จึงถือได้ว่าทรงเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์เดียวที่มีตำแหน่งระบุไว้ท้ายพระนาม ในขณะที่พระโพธิสัตว์พระองค์อื่นหามีไม่ อันแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญยิ่งของพระโพธิสัตว์พระองค์นี้
พุทธศาสนิกชนชาวจีนจะรู้จักพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ในพระนามว่า กวนซีอิม หรือ กวนอิม ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤต คือผู้เพ่งสดับเสียงแห่งโลก แต่โดยทั่วไปแล้วมักให้อรรถาธิบายเป็นใจความว่าหมายถึง พระผู้สดับฟังเสียงคร่ำครวญของสัตว์โลก (ที่กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์) คำว่ากวนซีอิมนี้พระกุมารชีวะชาวเอเชียกลางผู้ไปเผยแผ่พระศาสนาในจีนเป็นผู้แปลขึ้น ต่อมาตัดออกเหลือเพียงกวนอิมเท่านั้น เนื่องจากคำว่าซีไปพ้องกับพระนามของ จักรพรรดิถังไท่จง หรือ หลีซีหมิง นั่นเอง

พระอวโลกิเตศวรในฐานะเป็นพระธยานิโพธิสัตว์

พุทธศาสนามหายานได้จำแนกพระโพธิสัตว์ออกเป็น ๒ ประเภท อันได้แก่ พระมนุษิโพธิสัตว์ และ พระธยานิโพธิสัตว์
          • พระมนุษิโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ในสภาวะมนุษย์หรือเป็นสิ่งมีชีวิตในรูปแบบอื่น ๆ ที่กำลังบำเพ็ญสั่งสมบารมีอันยิ่งใหญ่เพื่อพระโพธิญาณอันประเสริฐ ถ้าตามมติของฝ่ายเถรวาทก็คือผู้ที่ยังเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารเพื่อบำเพ็ญ ทศบารมี ๑๐ ประการให้บริบูรณ์ เหมือนเมื่อครั้งสมเด็จพระผู้มีพระภาคได้ทรงกระทำมาในอดีต โดยที่ทรงเสวยพระชาติเป็นทั้งมนุษย์และสัตว์จนได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระศากยมุนีพุทธเจ้า การบำเพ็ญบารมีดังกล่าวนี้เป็นความยากลำบากแสนสาหัส สำเร็จได้ด้วยโพธิจิต อีกทั้งวิริยะและความกรุณาอันหาที่เปรียบมิได้ ต้องอาศัยระยะเวลายาวนานนับด้วยกัปอสงไขย สิ้นภพสิ้นชาติสุดจะประมาณได้
      • พระธยานิโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ประเภทนี้มิใช่พระโพธิสัตว์ผู้กำลังบำเพ็ญบารมีเพื่อแสวงหาดวงปัญญาอันจะนำไปสู่ความรู้แจ้งเหมือนประเภทแรก แต่เป็นพระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีบริบูรณ์ครบถ้วนแล้ว และสำเร็จเป็นพระธยานิโพธิสัตว์หรือพระโพธิสัตว์ในสมาธิโดยยับยั้งไว้ยังไม่เสด็จเข้าสู่พุทธภูมิ เพื่อจะโปรดสรรพสัตว์ต่อไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด พระธยานิโพธิสัตว์นี้เป็นทิพยบุคคลที่มีลักษณะดังหนึ่งเทพยดา มีคุณชาติทางจิตเข้าสู่ภูมิธรรมขั้นสูงสุดและทรงไว้ซึ่งพระโพธิญาณอย่างมั่นคง จึงมีสภาวะที่สูงกว่าพระโพธิสัตว์ทั่วไป พระธยานิโพธิสัตว์มักจะมีภูมิหลังที่ยาวนาน เป็นพระโพธิสัตว์เจ้าที่สำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์มาเนิ่นนานนับแต่สมัยพระอดีตพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ สุดจะคณานับเป็นกาลเวลาได้ พระธยานิโพธิสัตว์ที่พุทธศาสนิกชนมหายานรู้จักดี อาทิ พระมัญชุศรี พระอวโลกิเตศวร พระมหาสถามปราปต์ พระสมันตภัทร พระกษิติครรภ์ เป็นต้น
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น
- สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561
IP: 27.130.82.74
ประกาศ: 827
ความเห็น: 5,822
ล่าสุด: 05-09-2569
ตั้งแต่: 06-02-2555
ความเห็นที่ 5 : 4 ก.ย. 69, 11:29
3 หยกแกะเจ้าแม่กวนอิม  โบราณ    5900  ส่ง50

สภาพสวยๆ  เดิมๆ  ชิ้นใหญ่  หนักครับ  งานแกะสลักมือโบร
3 หยกแกะเจ้าแม่กวนอิม  โบราณ    5900  ส่ง50

สภาพสวยๆ  เดิมๆ  ชิ้นใหญ่  หนักครับ  งานแกะสลักมือโบราณทั้งชิ้น หยกเขียวจักรพรรดิ  เนื้อหยกสวย  เย็นครับ  ส่องไฟทะลุทั้งหมดแบบนี้หาได้ยากมากครับ  งานเก่าโบราณ  มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน




ประวัติ และ ตำนาน เจ้าแม่กวนอิม



          เจ้าแม่กวนอิม เป็นพระโพธิสัตว์ ของพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย และได้ผสมผสานกับความเชื่อพื้นถิ่นดั้งเดิมของจีน คือตำนานเรื่องพระธิดาเมี่ยวซ่าน ก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจากในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ

พระโพธิสัตว์กวนอิมในตำนานฝ่ายจีน

          พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา มาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดาองค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง ซึ่งมีราชธิดา 3 องค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัยเป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด
          ต่อมาองค์หญิงสามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำองค์หญิงสามไปอยู่ที่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ไม่เกี่ยงงานการต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไป พร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้
          พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก โดยเข้าพระทัยว่านายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก
ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม วันที่ 19 เดือน 6 ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก
          ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระองค์ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้าง เพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่า ภายหลังสำเร็จอรหันต์ ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปาฏิหารย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์หญิงเมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน


พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์



          พระอวโลกิเตศวร (เทวนาครี अवलोकितेश्वर , โรมัน Avalokiteśvara , จีน 觀世音) พระโพธิสัตว์องค์สำคัญของพระพุทธศาสนามหายาน ที่มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุด และเป็นเสมือนปุคคลาธิษฐานแห่งมหากรุณาคุณของพระพุทธเจ้าทั้งปวง เรื่องราวของพระอวโลกิเตศวรปรากฏอยู่ทั่วไปในคัมภีร์สันสกฤตของมหายาน อาทิ ปฺรชฺญาปารมิตาสูตฺร, สทฺธรฺมปุณฑรีกสูตฺร และการณฺฑวยูหสูตฺร

ความหมายของพระนาม

          คำว่า อวโลกิเตศวร ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลายนัยด้วยกัน แต่โดยรูปศัพท์แล้ว คำว่าอวโลกิเตศวรมาจากคำสันสกฤตสองคำคือ อวโลกิต กับ อิศวร แปลได้ว่าผู้เป็นใหญ่ที่เฝ้ามองจากเบื้องบน หรือพระผู้ทัศนาดูโลก ซึ่งหมายถึงเฝ้าดูแลสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์นั่นเอง, ซิมเมอร์ นักวิชาการชาวเยอรมันอธิบายว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้ทรงเป็นสมันตมุข คือ ปรากฏพระพักตร์อยู่ทุกทิศอาจแลเห็นทั้งหมด ทรงเป็นผู้ที่สามารถบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ คืออาจจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่ทรงยับยั้งไว้เนื่องจากความกรุณาสงสารต่อสรรพสัตว์ นอกจากนี้นักปราชญ์พุทธศาสนาบางท่านยังได้เสนอความเห็นว่า คำว่า อิศวร นั้น เป็นเสมือนตำแหน่งที่ติดมากับพระนามอวโลกิตะ จึงถือได้ว่าทรงเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์เดียวที่มีตำแหน่งระบุไว้ท้ายพระนาม ในขณะที่พระโพธิสัตว์พระองค์อื่นหามีไม่ อันแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญยิ่งของพระโพธิสัตว์พระองค์นี้
พุทธศาสนิกชนชาวจีนจะรู้จักพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ในพระนามว่า กวนซีอิม หรือ กวนอิม ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤต คือผู้เพ่งสดับเสียงแห่งโลก แต่โดยทั่วไปแล้วมักให้อรรถาธิบายเป็นใจความว่าหมายถึง พระผู้สดับฟังเสียงคร่ำครวญของสัตว์โลก (ที่กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์) คำว่ากวนซีอิมนี้พระกุมารชีวะชาวเอเชียกลางผู้ไปเผยแผ่พระศาสนาในจีนเป็นผู้แปลขึ้น ต่อมาตัดออกเหลือเพียงกวนอิมเท่านั้น เนื่องจากคำว่าซีไปพ้องกับพระนามของ จักรพรรดิถังไท่จง หรือ หลีซีหมิง นั่นเอง

พระอวโลกิเตศวรในฐานะเป็นพระธยานิโพธิสัตว์

พุทธศาสนามหายานได้จำแนกพระโพธิสัตว์ออกเป็น ๒ ประเภท อันได้แก่ พระมนุษิโพธิสัตว์ และ พระธยานิโพธิสัตว์
          • พระมนุษิโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ในสภาวะมนุษย์หรือเป็นสิ่งมีชีวิตในรูปแบบอื่น ๆ ที่กำลังบำเพ็ญสั่งสมบารมีอันยิ่งใหญ่เพื่อพระโพธิญาณอันประเสริฐ ถ้าตามมติของฝ่ายเถรวาทก็คือผู้ที่ยังเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารเพื่อบำเพ็ญ ทศบารมี ๑๐ ประการให้บริบูรณ์ เหมือนเมื่อครั้งสมเด็จพระผู้มีพระภาคได้ทรงกระทำมาในอดีต โดยที่ทรงเสวยพระชาติเป็นทั้งมนุษย์และสัตว์จนได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระศากยมุนีพุทธเจ้า การบำเพ็ญบารมีดังกล่าวนี้เป็นความยากลำบากแสนสาหัส สำเร็จได้ด้วยโพธิจิต อีกทั้งวิริยะและความกรุณาอันหาที่เปรียบมิได้ ต้องอาศัยระยะเวลายาวนานนับด้วยกัปอสงไขย สิ้นภพสิ้นชาติสุดจะประมาณได้
      • พระธยานิโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ประเภทนี้มิใช่พระโพธิสัตว์ผู้กำลังบำเพ็ญบารมีเพื่อแสวงหาดวงปัญญาอันจะนำไปสู่ความรู้แจ้งเหมือนประเภทแรก แต่เป็นพระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีบริบูรณ์ครบถ้วนแล้ว และสำเร็จเป็นพระธยานิโพธิสัตว์หรือพระโพธิสัตว์ในสมาธิโดยยับยั้งไว้ยังไม่เสด็จเข้าสู่พุทธภูมิ เพื่อจะโปรดสรรพสัตว์ต่อไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด พระธยานิโพธิสัตว์นี้เป็นทิพยบุคคลที่มีลักษณะดังหนึ่งเทพยดา มีคุณชาติทางจิตเข้าสู่ภูมิธรรมขั้นสูงสุดและทรงไว้ซึ่งพระโพธิญาณอย่างมั่นคง จึงมีสภาวะที่สูงกว่าพระโพธิสัตว์ทั่วไป พระธยานิโพธิสัตว์มักจะมีภูมิหลังที่ยาวนาน เป็นพระโพธิสัตว์เจ้าที่สำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์มาเนิ่นนานนับแต่สมัยพระอดีตพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ สุดจะคณานับเป็นกาลเวลาได้ พระธยานิโพธิสัตว์ที่พุทธศาสนิกชนมหายานรู้จักดี อาทิ พระมัญชุศรี พระอวโลกิเตศวร พระมหาสถามปราปต์ พระสมันตภัทร พระกษิติครรภ์ เป็นต้น
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น
- สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561
IP: 27.130.82.74
ประกาศ: 827
ความเห็น: 5,822
ล่าสุด: 05-09-2569
ตั้งแต่: 06-02-2555
ความเห็นที่ 6 : 4 ก.ย. 69, 11:54
4 ไม้แกะมือเก่ามาก      690  ส่ง 50

สภาพสวยสมบูรณ์  ไม้แกะเก่า  เจ้าของเดิมบอกอายุเกิน 50 ปี ขึ้น
4 ไม้แกะมือเก่ามาก      690  ส่ง 50

สภาพสวยสมบูรณ์  ไม้แกะเก่า  เจ้าของเดิมบอกอายุเกิน 50 ปี ขึ้นครับ  แกะมือได้สวยมาก    มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น
- สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561
IP: 27.130.82.74
ประกาศ: 827
ความเห็น: 5,822
ล่าสุด: 05-09-2569
ตั้งแต่: 06-02-2555
ความเห็นที่ 7 : 4 ก.ย. 69, 11:54
4 ไม้แกะมือเก่ามาก      690  ส่ง 50

สภาพสวยสมบูรณ์  ไม้แกะเก่า  เจ้าของเดิมบอกอายุเกิน 50 ปี ขึ้น
4 ไม้แกะมือเก่ามาก      690  ส่ง 50

สภาพสวยสมบูรณ์  ไม้แกะเก่า  เจ้าของเดิมบอกอายุเกิน 50 ปี ขึ้นครับ  แกะมือได้สวยมาก    มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น
- สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561
IP: 27.130.82.74
ประกาศ: 827
ความเห็น: 5,822
ล่าสุด: 05-09-2569
ตั้งแต่: 06-02-2555
ความเห็นที่ 8 : 4 ก.ย. 69, 11:57
5  หินอาเกต  ตัดตกแต่งและขัดเงามาแล้ว    190  ส่ง 50

สภาพสวยๆ  ไว้ประดับสวยงาม   ทำจี้  หรือแกะสล
5  หินอาเกต  ตัดตกแต่งและขัดเงามาแล้ว    190  ส่ง 50

สภาพสวยๆ  ไว้ประดับสวยงาม  ทำจี้  หรือแกะสลักเป็นรูปต่างๆได้  หรือนำไปทำหัวแหวนหรืออื่นๆได้    อายุเกิน 100 ปีขึ้นไปครับ  มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน



อาเกต (Agate) อยู่ในกลุ่ม คาลซิโดนี (Chalcedony) หมายถึง ควอทซ์ (Quartz) SiO2 กลุ่มที่ไม่มีรูปผลึก แร่ ควอทซ์ (Quartz) เป็นแร่ที่พบมากมาบบนพื้นโลก ซึ่งแร่ ควอทซ์ (Quartz) มีมากถึง 12% ของพิ้นผิวโลก เกิดจากหินภูเขาไฟ, การเปลี่ยนแปลงและทับถมของชั้นหิน
ควอทซ์ (Quartz) โดยรวมแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มตามลักษณะของผลึก
ชนิดเนื้อผลึก (Crystalline Quartz) เป็นกลุ่มชนิดที่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า ตัวอย่างเช่น Amethyst, Ametrine, Cat's-eye Quartz, Citrine, Phantom Quartz , Rock Crystal, Rose Quartz, Rutilated Quartz และ Smoky Quartz.
ชนิดเนื้อเรียบเนียน (Cryptocrystalline Quartz) เป็นกลุ่มที่ต้องใช้กล้อง Light Microscope ซึ่งยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
Fibrous Cryptocrystalline Quartz เช่น Chalcedony
Microgranular Cryptocrystalline Quartz เช่น Agate, Carnelian, Chrysoprase และ bloodstone
อาเกต (Agate) พบได้ตามโพรงถ้ำและรอยแยกของแผ่นหิน โดยเกิดจากการตกตะกอนของน้ำใต้ดินที่มีส่วนประกอบของ ซิลิกา (Silica) และยังสามารถเกิดได้จากการหลอมรวมตัวบริเวณใกล้ผิวโลกภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันต่ำ อาเกต (Agate) จัดอยู่ในกลุ่มหินลาวาที่มี ซิลิกา (Silica) เจือปน

อาเกต (Agate) มาจากภาษาท้องถิ่น จากชื่อแม่น้ำ "Achate" อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ ซิชิลี (Sicily) อาเกตถูกใช้เป็นเครื่องประดับและใช้ในการตกแต่งมามากกว่า 1,000 ปี ในช่วงยุคกลาง (ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 - 15) การสวมใส่เครื่องประดับที่ทำมาจาก อาเกต (Agate) เพื่อให้เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้า, เพื่อให้คนอื่นยอมรับ, นำชัยชนะ พละกำลัง มาสู่ผู้สวมใส่, ป้องกันภัยจากภยันอันตรายต่างๆ และยังช่วยบำบัดอาการนอนไม่หลับ รวมถึงยังช่วยให้ฝันดีอีกด้วย

บางส่วนของอาวุธในสมัยโบราณ เช่น ขวาน ซึ่งจะถูกใช้โดยผู้ชายเมื่อ 2.5 ล้านปีก่อนนั้น ในพื้นที่แถบ โอโมวัลเล่ (Omo Valley)ปัจจุบันอยู่ในประเทศ เอธิโอเปีย (Ethiopia) ค้นพบว่าขวานโบราณนั้นทำมาจากหินจำพวก ควอทซ์ (Quartz) เช่น อาเกต (Agate) ที่ถูกใช้ในการทำอาวุธในสมัยโบราณนั้นเนื่องจากคุณสมบัติที่แข็งและเปราะทำให้สามารถจัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆได้ง่าย
อาเกต (Agate) เป็นหินประจำราศี เมถุน (Gemini) และ อาเกต (Agate) ยังใช้เป็นอัญมณีสัญลักษณ์ของการครบรอบแต่งงานปีที่ 12 (12th Aniversary) ด้วย
อาเกต (Agate) ยังช่วยให้เกิดความสมดุลย์ทางร่างกายทั้งทาง กายภาพ, อารมณ์, จิตใจ และจิตวิญญาณ รวมถึงยังสามารถขจัดปัดเป่าอุปสรรคและยังช่วยนำพาสิ่งดีๆมาสู่ผู้สวมใส่
ชนโบราณเชื่อกันว่า อาเกต (Agate) เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ และสามารถป้องกันภยันอันตราย ให้กับผู้เป็นเจ้าของได้ดียิ่ง จึงนิยมพกติดตัว หรือใช้เป็นเครื่องประดับ นอกจากนั้นยังถือกันว่า อาเกต (Agate) เป็นตัวแทนของทรัพย์สิน ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับผู้เป็นเจ้าของ ชาวอินเดีย จีน และ คนเม็กซิกันมีความเชื่อในเรื่องของ อาเกต (Agate) ว่าเป็นเครื่องมือนำพาหรือดึงดูดสิ่งดีดี เช่น ทรัพย์สินเงินตราหรือลาภยศมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ คนบราซิลและอิตาเลียนเชื่อว่า อาเกต (Agate) จะช่วยประสานความเข้าใจระหว่าบริวารลูกน้อง และมีพลังขับไล่พลังด้านลบ หรือเชื้อโรคร้ายในร่างกายปกป้องไม่ให้เซลล์มะเร็งก่อตัว


ทางด้านการบำบัด อาเกต (Agate) จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่อง ควรพกติดตัวไว้ อาเกต (Agate) จะช่วยในการสร้างสมดุลความมั่นคงและปกป้องคุ้มครอง ช่วยทำให้จิดใจเยือกเย็นคลายอารมณ์ เคร่งเครียด คนที่มีอารมณ์รุนแรงเร้าร้อน โกรธง่าย อาเกต (Agate) ทุกชนิดมีคุณสมบัติที่มหัศจรรย์มาก ในการชำระล้างอารมณ์เหล่านั้น อีกทั้งยังมีพลังแห่งความเชื่อมั่น เสริมสร้างให้เราทำในสิ่งที่มุ่งหวังใด้จบบรรลุผลสำเร็จ และยังกระตุ้นจิตใต้สำนึก ให้เรากลายเป็นคนที่กล้าเผชิญหน้า กับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง…”

เรียกอีกอย่างว่า หินโมรา เป็นหินที่มีหลายสี ที่นิยาคือฟ้าอมเทาลายขาว หรือฟ้าในเนื้อหิน โมรา เป็นชื่อที่ใช้เรียกหินชนิดที่มีลายพาดที่มีสีและความทึบ ใสแตกต่างกัน โมรานั้นมีลักษณะที่หลากหลาย เป็นหินที่ช่วยเสริม ความมีชีวิตชีวา และพละกำลัง และให้ความมั่นใจแก่ผู้เป็นเจ้าของ ในสมัยโรมัน ใช้เป็นเครื่องนำโชค สำหรับนักกีฬาที่จะลงแข่งขันเป็นเหมือนเครื่องรางของขลัง ตั้งแต่โบราณ ชาวอียิปต์ ถือว่า ช่วยป้องกันภยันตรายให้เจ้าของ และเป็นตัวแทน ทรัพย์สิน เพิ่มความมั่งคั่ง ร่ำรวย ช่วยทำให้จิตใจเยือกเย็นสงบ ถ้านำมากำไว้ จะช่วยชำระล้างอารมณ์รุนแรง เร่าร้อน คลายอารมณ์เคร่งเครียด แล้วนำหินไปล้าง เพื่อชำระล้างทิ้งไป นอกจากนั้นยังช่วยสร้าง ภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย ถ้านำมาวางไว้บนหัวเตียงเชื่อว่า สามารถช่วยเสริมสมรรถภาพ พลังทางเพศได้อีกด้วย


อาเกต(Agate)หรือ โมรา เป็นหินที่ประกอบด้วยซิลิกาขนิดผลึกเนียนละเอียด(cryptocrystalline) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาซิโดนี สลับกับ ควอตซ์ผลึกเล็ก เป็นลักษณะความละเอียดของผลึกและเป็นชนิดที่มีความหลากหลายของสี อาเกตสามารถพบได้ในหินชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหินอัคนี หรือหินแปร

อาเกตสามารถพบได้ทั่วโลก ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโพรงในหินที่มีรอยเลื่อนหรือ ลาวาในสมัยโบราณ ลักษณะของอาเกต จะเป็นโครงสร้างที่มีแถบซึ่งจะขนานกับด้านข้างของโพรง เป็นไปได้ว่าพวกมันเกิดขึ้นได้ดังนี้ ในระหว่างการเย็นตัวลงของลาวา ไอน้ำและก๊าซอื่นๆ จะเกิดฟอง ฟองดังกล่าวเย็นตัวลงและแข็งตัวอยู่ในโพรง หลังจากหินแข็งตัวแล้วซิลิกาที่อิ่มตัวในสารละลายอาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นด่างเข้าไปในฟองอากาศและจับตัวเป็นซิลิกาเจ
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น
- สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561
IP: 27.130.82.74
หน้าที่: 1
no ads
no ads
กรุณา ลงทะเบียน และ login ก่อนส่งความเห็นครับ
siamfishing.com © 2026