| เหรียญ 3 รอบ ปี2506 และอื่นๆครับ |
|
ตั้งประกาศ : 29 ม.ค. 69, 11:40
![]()
ธนาคารกสิกร 0208416286 ธีรศักดิ์ ปานันตา 1 เหรียญ 3 รอบ ปี 2506 ราคา 299 ส่ง 50 สภาพผ่านใช้ เหรียญดีพิธีใหญ่ ของร.9 ครับ ตำรวจและทหาร พกติดตัวกัน มีประสบการณ์เรื่องเล่าเยอะอีก 1 รุ่นครับ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน พระเครื่องที่ ในหลวงฯ ร.๙ ทรงสร้างเอง และทรงเสด็จฯเททองนั้น ในหนังสือมหามงคลแห่งแผ่นดิน ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวม "พระเครื่องที่ในหลวง ร.๙ ทรงสร้าง และเสด็จฯเททอง" ซึ่งถือว่าเป็นเล่มที่สมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่ง กล่าวไว้ดังนี้คือ ***เหรียญมหาราช พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๓๖ พรรษาหรือ ๓ รอบ พ.ศ. ๒๕๐๖*** เหรียญอนุสรณ์มหาราชรัชการที่ 9 เนื้อเงิน ครบ 3 รอบ ปี 2506 หรือที่คนชอบเรียกว่า เหรียญเสมา 3 รอบ รัชกาลที่ 9 เหรียญนี้ เป็นเหรียญที่ระลึก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ มีพระชนมายุ ครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2506 เล่ากันว่า..จำนวนเหรียญที่สร้าง.(ข้อมูลไม่ค่อยชัดเจน)..จัดสร้างด้วยกัน 3 เนื้อคือ 1) เนื้ออัลปาก้า...น่าจะสร้างจำนวนหลายแสนเหรียญ 2) เนื้อเงิน..ที่หายากมากๆๆๆ..น่าจะอยู่หลัก.....กลางๆ 3) ส่วนเนื้อทองคำ..น่าจะอยู่ในหลัก...ต้นๆ ขนาดของเหรียญ (กxส) ประมาณ 1.8 X 1.6 ซ.ม. -เหรียญเสมา ๓ รอบ ร.๙ เป็นเหรียญที่ได้ผ่านพิธีการปลุกเสกอย่างยิ่งใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธฯ (วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร) ถึง 2 ครั้ง 2 วาระด้วยกัน โดยพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น อาทิเช่น:_ -อาจารย์ทิม วัดช้างไห้ -หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม -หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม -พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ -หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก -พระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงพ่อผล) วัดหนัง -หลวงพ่อทบ วัดสว่างอรุณ ชนแดนฯลฯ พิธีปลุกเสกใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธฯ 2 วาระด้วยกันตือ - ครั้งที่ 1 วันที่ 29-30 พ.ย. 2506 - ครั้งที่ 2 วันที่ 5-6-7 เม.ย. 2507 พิธีครั้งที่ 1 -รายนามพระคณาจารย์ที่มาปลุกเสก วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2506 ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ 1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา 2. หลวงพ่อพระครูโพธิสารประสาธน์ วัดโพธิสัมพันธ์ บางละมุง ชลบุรี 3. หลวงพ่อพระวรพจรน์ปัญญาจารย์ วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี 4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง 5. หลวงพ่อพระราชพระสิทธิคุณ วัดราชธานี สุโขทัย 6. หลวงพ่อเงิน (พระราชธรรมาภรณ์ )วัดดอนยายหอม นครปฐม 7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม 8. พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน ฉวาง นครศรีธรรมราช 9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ ปัตตานี พิธีครั้งที่ 2 -รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 5 เมษายน 2507 1. พระสุเมธมุนี เจ้าคณะวัดบางหลวง ปทุมธานี 2. พระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงพ่อผล) วัดหนัง ธนบุรี 3. พระครูปลัดบุญรอด วัดประดู่พัฒนาราม นครศรีธรรมราช 4. หลวงพ่อทบ วัดสว่างอรุณ ชนแดน เพชรบูรณ์ 5. พระครูนนทกิจวิมล ( หลวงพ่อชื่น) วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี 6. หลวงพ่อบัว วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี 7. พระครูพุทธมนต์วราจารย์ (พระปลัดสุพจน์) วัดสุทัศน์ พระนคร 8. พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์เชียงราก ปทุมธานี 9. หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก ระยอง -รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสกวันที่ 6 เมษายน 2507 มีดังนี้ 1. พระครูพิทักษ์วิการกิจ (หลวงพ่อสา) วัดราชนัดดา พระนคร 2. พระครูสถาพรพุทธมนต์(หลวงพ่อสำเนียง) วัดเวฬุวนาราม บางเลน นครปฐม 3. พระครูธรรมิตรนุรักษ์ วัดเขาหลัก ท่าศาลา นครศรีธรรมราช 4. พระครูรักขิตวันมุนี (หลวงพ่อถีร์) วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี 5. พระเทพสังวรวิมล (หลวงพ่อเจียง) วัดเจริญสุขาราม สมุทรสงคราม 6. หลวงพ่อสำเภา วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ ธนบุรี 7. พระครูบาวัง วัดบ้านเด่น จ.ตาก 8. พระมุจรินทร์โมลี (หลวงปู่ดำ) วัดมุจรินทร์ หนองจิก ปัตตานี -รายนามพระคณาจารย์ที่อาราถนามาปลุกเสกวันที่ 7 เมษายน 2507 1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก บางไทร อยุธยา 2. พระครูโพธิสารประสาธน์ (อาจารย์บุญมี) วัดโพธิสัมพันธ์ ชลบุรี 3. พระวราพจน์ปัญญาจารย์ (หลวงพ่อวัดป่า) วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี 4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง 5. พระราชประสิทธิคุณ (หลวงพ่อทิม) วัดราชธานี สุโขทัย 6. พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม นครปฐม 7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม 8. พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อเมี้ยน) วัดพระเชตุพน พระนคร 9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างให้ โคกโพธิ์ ปัตตานี *** พุทธคุณเด่นทุกทางทั้ง.โชคลาภ-เมตตามหานิยม แคล้วคลาด-ปลอดภัย มหาอุตม์-คงกระพันชาตรี.ครอบจักรวาล..*** *** ขึ้นคอเดี่ยวได้สบายมากครับ..สุดยอด..สุดๆจริงๆครับ *** - โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - ระวังการให้ติดต่อทาง LINE เพื่อแจ้งบัญชีโอนเงินอื่น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 - หากผู้ประกาศแจ้งชื่อบัญชีที่ไม่ใช่ชื่อ ********* หรือแจ้งเฉพาะหมายเลขบัญชีแต่ไม่แจ้งชื่อบัญชี ให้ท่านปฏิเสธการชำระเงิน และแจ้งเรื่องมาที่ webmaster
- ตั้งแต่วันที่ 1/4/2561 เป็นต้นไป การลงขายสินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมี ภาพถ่ายสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน อย่างน้อย 1 ภาพ หากผู้ขายไม่ได้ลงภาพถ่ายคู่ฯ ผู้ซื้อมีสิทธิที่เรียกขอดูภาพถ่ายคู่ฯ ได้ และหากผู้ขายไม่ส่งภาพให้ ผู้ซื้อมีสิทธิจะปฎิเสธการชำระเงินได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการทิ้งการจอง
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
IP: 49.228.70.179
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
ความเห็นที่ 1 : 29 ม.ค. 69, 11:47
![]() สภาพผ่านใช้ ตามภาพ พร้อมเลี่ยมกันน้ำแล้ว มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน เหรียญพระราชทานเป็นที่ระลึก เนื้อเงิน ปี 2493 " พระราชทาน เป็นที่ระลึก " เหรียญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื้อเงิน เป็นมงคลที่ระลึกเมื่อ ปี 2493 แก่พระบรมวงศานุวงศ์ (เป็นเนื้อเงิน หูเชื่อม ) ข้าราชบริพาล ด้านหน้าเหรียญเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครึ่งพระองค์ ผินพระพักตร์ไปเบื้องขวา (ซ้ายมือเรา) ด้านหลังเหรียญมีอักษรประกอบข้อความสองแถว ความว่า พระราชทาน เป็นที่ระลึก "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม" ..... พระราชดำรัสในพิธีพระบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปี 2493 นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก็ได้กำหนดให้วันนี้เป็น " วันฉัตรมงคล" เป็นต้นมา เหรียญพระราชทาน ปี 2493 พิมพ์ลึก เนื้อเงิน ที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวงรัชกาลที่9 พศ.2493 เป็นเหรียญทรงกลมเนื้อเงิน ด้านหน้า มีพระบรมรูปรัชกาลที่9ผินพระพักตร์ไปเบื้องซ้าย มีพระปรมาภิไทย”ภูมิพลอดุลยเดช”และ”รัชกาลที่๙” ด้านหลัง เรียบ มีข้อความ “พระราชทานเป็นที่ระลึก” |
||||||||||||||||||||||||||||
|
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 IP: 49.228.70.179
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
ความเห็นที่ 2 : 29 ม.ค. 69, 11:50
![]() สภาพสวยๆ ไม่ผ่านใช้ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน |
||||||||||||||||||||||||||||
|
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 IP: 49.228.70.179
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
ความเห็นที่ 3 : 29 ม.ค. 69, 11:52
![]() สภาพผ่านใช้ตามภาพ พุทธคุณสูงเท่าเดิมครับ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน ประวัติการสร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2508 ทางวัดบวรฯได้ดำเนินการจัดงานอันเป็นมหามงคลยิ่ง 4 ประการ คือ วันที่ 24 สิงหาคม 2508 เป็นวันมหามงคลที่พึงจารึกเป็นประวัติการณ์พิเศษ ด้วยสมเด็จพระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ในโอกาสที่มีพระชนมายุเสมอด้วยสมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร และได้ทรงปฏิบัติพระราช กรณียกิจในการกุศลอีก 3 อย่าง ในวันมหามงคลนี้ อันควรเรียกได้ว่า "จาตุรงคมงคล" อนึง ทางวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ขอพระบรมราชานุญาตสร้าง เหรียญพระบรมรูปทรงผนวช มีพระปรมาภิไธย ซึ่งเป็นลายพระหัตถเลขาทรงไว้ในสมุดทะเบียนวัดว่า "ภูมิพลอดุลยเดช ปร. ภูมิพโล" อยู่ภายใต้พระบรมรูป (ถ่ายทำจากลายเซ็นตามจริง) เบื้องบนมีอักษรว่า "ทรงผนวช ๒๔๙๙" ส่วนอีกด้านหนึ่งมีรูปพระเจดีย์วัดบวรนิเวศวิหาร มี อักษรเป็นวงกลมที่ขอบเหรียญว่า"สมเด็จฯสมโภชพระเจดีย์ทองบวรนิเวศ ในมงคลสมัยพระชนมายุเสมอสมเด็จพระราชบิดา ๒๙ สิงห์ พ.ศ. ๒๕๐๘" เหรียญทั้งหมด ได้นำเข้าในพิธีพุทธาภิเษก ในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถึง 4 ครั้งคือ ในวันที่ 27 สิงหาคม 2508 เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพุทธาภิเษกครั้งหนึ่ง วันที่ 28 สิงหาคม 2508 เสด็จฯ ในพระราชพิธีกุศลทักษิณานุปทานถวายสมเด็จพระราชบิดาครั้งหนึ่ง วันที่ 29 สิงหาคม 2508 เสด็จ 2 ครั้ง ตอนเช้าเสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระชนมายุเสมอด้วยสมเด็จพระราชบิดา ทรงปฏิบัติพระราชกิจทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอีก 3 อย่าง มีทรงประกอบพิธีหล่อพระพุทธรูป ภปร. เป็นต้น พิธีพุทธาภิเษก ได้ประกอบพิธีกันทั้งคืน มีพระคณาจารย์ผู้ทรงคุณนั่งปรกถึง 5 ชุด ชุดละ 8 องค์ ล้วนแล้วแต่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ทรงคุณและมีชื่อเสียงโด่งดัง เช่น 1.สมเด็จพระญาณสังวร พระสังฆราชวัดบวรฯ กรุงเทพมหานคร 2.หลวงปู่ดี วัดเหนือ กาญจนบุรี 3.หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพรี กรุงเทพมหานคร 4.อาจารย์นำ วัดดอนศาลา พัทลุง 5.หลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอม นครปฐม เป็นต้นทำให้เหรียญพระบรมรูปทรงพระผนวชรุ่นแรกนี้ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบันและเป็นวัตถุมงคลยอดนิยมเป็นอันดับต้นๆของนักนิยมพระเครื่อง การจัดสร้างมีทั้งแบบบูชาและห้อยคอคือ 1.เหรียญกลมขนาดบูชา เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ซม. มี 3 เนื้อด้วยกันคือ 1.1.เนื้อเงิน 1.2.เนื้อทองแดง 1.3.เนื้อสตางค์(ทองฝาบาตร) จำนวนการสร้างไม่เกิน 100 องค์ 2.เหรียญกลมขนาดห้อยคอ มี 5 เนื้อด้วยกันคือ 2.1.เนื้อทองคำ(หูเชื่อม) 2.2.เนื้อเงิน(หูเชื่อม) 2.3.เนื้อทองแดง 2.4.เนื้ออัลปาก้า 2.5.เนื้อสตางค์(ทองฝาบาตร) ไม่ทราบจำนวนเพราะไม่มีบันทึกจำนวน พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งฉายไว้ในขณะทรงผนวชเมื่อปี พ.ศ.2499 นั้น ได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานบนเหรียญที่ระลึกหลายครั้ง เหรียญหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และเป็นที่แสวงหาของนักสะสมคือ เหรียญที่ออกโดยวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อปี พ.ศ. 2508 รู้จักกันในนาม เหรียญทรงผนวช ความจริงแล้ว เหรียญทรงผนวช ไม่ใช่เหรียญที่จัดสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกเมื่อครั้งทรงผนวชโดยตรง ด้วยจัดสร้างขึ้นภายหลังจากที่ทรงลาผนวชแล้วถึงเก้าปี พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวชในปีพ.ศ.2499 แต่ "เหรียญทรงผนวช" สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2508 เพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จฯ พระราชกุศล จาตุรงคมงคล "เหรียญ ทรงผนวช" มีเนื้อที่จัดทำขึ้นคือเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้ออัลปาก้า และเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง และแยกบล็อกด้านหลังได้เป็น 2 บล็อก คือ บล็อกธรรมดา (บล็อกปกติ) และ บล็อกนิยม (มีรอยเว้าที่ขอบเหรียญตรงหูห่วง) เป็นเหรียญที่ปั๊มออกมาจากกองกษาปณ์ ดังนั้น เหรียญจะมีความคมชัดสูง เห็นรายละเอียดชัดเจน รอยตัดขอบด้านข้าง จะเป็นลักษณะการปั๊มกระแทก เป็นเหรียญที่นับวันจะยิ่งทรงคุณค่า กอปรกับพุทธลักษณะแม่พิมพ์อันสวยงาม เป็นที่นิยมแสวงหาอย่างสูงตลอดมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน |
||||||||||||||||||||||||||||
|
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 แก้ไข 29 ม.ค. 69, 11:53 IP: 49.228.70.179
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
ความเห็นที่ 4 : 29 ม.ค. 69, 12:00
![]() สภาพสวยๆ ไม่ผ่านใช้ หายากครับ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน เหรียญ 1 บาท หลังพญาครุฑ พศ 2517 หรือเหรียญ "มหาบพิตร" ความศักดิ์สิทธิ์ของ "เหรียญบาทพญาครุฑปี ๑๗" พกติดตัวไว้ ป้องกันสิ่งลี้ลับ ไม่ต้องผ่านพิธีกรรม การปลุกแต่อย่างใด เหมาะสำหรับพกติดตัว เก็บไว้เป็นของสะสม ของขวัญ ของฝาก ของที่ระลึก ครับ ลักษณะของเหรียญ 1 บาท ครุฑ ปี 2517 เหรียญบาท ครุฑ ปี 2517 (ทองแดงผสมนิเกิล พ.ศ.2517) มีค่า 1 บาท หรือที่เรียกกันว่า "เหรียญ 1 บาท ครุฑ ปี 2517โดยได้เริ่มประกาศให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2517 ซึ่งราคาหน้าเหรียญ ณ วันที่ประกาศใช้นั้นมีมูลค่า 1 บาท - มีส่วนประกอบที่สำคัญ 2 อย่างคือ ทองแดง 75 เปอร์เซ็นต์ และ นิกเกิล 25 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำหนักของเหรียญอยู่ที่ 7 กรัม มีเส้นผ่าศูนย์ 25 มิลลิเมตร ส่วนขอบของเหรียญมีลักษณะเป็นเฟือง - ด้านหน้าเป็นพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ที่อยู่ในระดับพระอังสา ผินพระพักตร์เบื้องซ้าย ส่วนบริเวณขอขอบเหรียญด้านบนฝั่งซ้ายมีพระปรมาภิไธย "ภูมิพลอดุลยเดช" และด้านขวามีข้อความว่า "รัชกาลที่ ๙" - ด้านหลังของเป็นรูปของครุฑพ่าห์ ส่วนบริเวณของขอบเหรียญด้านบนมีข้อความว่า "รัฐบาลไทย พ.ศ.๒๕๑๗" และด้านล่างของเหรียญเป็นข้อความบ่งบอกถึงมูลราคาเหรียญก็คือ "๑ บาท" เหรียญบาทพญาครุฑ ปี 2517 (เรื่องนี้เป็นความเชื่อ โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน) ความศักดิ์สิทธิ์ของ"เหรียญบาทพญาครุฑปี๑๗" พกติดตัวไว้ ป้องกันสิ่งลี้ลับ ไม่ต้องผ่านพิธีกรรมการปลุกเสกแต่อย่างใด บรรดาพรานป่าจะไม่นิยมแขวนพระเข้าป่า เพราะเชื่อว่า พระเครื่องมีคุณทางเมตตาหรือแคล้วคลาด หากแขวนพระเข้าป่าจะไม่ได้เจอสัตว์ป่าเลย จะแคล้วคลาดไปหมด ด้วยเหตุนั้น พรานป่าจึงไม่คล้องพระเข้าป่า พรานสุขเล่าว่า...จะพกถุงพลาสติกใส ซึ่งข้างในบรรจุด้วยยาสูบขี้โย ใบตองอ่อนตากแห้ง เปลือกมะขามไว้บดผสมยาสูบ และมีสิ่งหนึ่งที่พรานสุขใช้เป็นเครื่องราง พกติดตัวเข้าป่าโดยเก็บไว้ในซองยาสูบของแก นั่นคือ..."เหรียญบาทพญาครุฑ" ลักษณะตามภาพประกอบเรื่อง เป็นเหรียญที่แกพกเข้าป่าเป็นประจำ การเข้าป่าและพักค้างคืนในป่านั้น พรานลุงสุขบอกว่าเต็มไปด้วยสิ่งลี้ลับ ตามคำเล่าขานของพรานป่าและคนตัดไม้ จากปากต่อปากของพรานป่าและคนตัดไม้ เล่าขานสืบต่อกันมาว่า หากจะนอนในป่า ไม่ว่าบริเวณใดก็ตาม ให้ตอกตราครุฑ โดยตอกให้ด้านที่เป็นรอยครุฑติดไว้เหนือบริเวณที่เราจะนอน ตอกเสร็จแล้วเก็บเหรียญพกไว้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับพรานสุข ในค่ำคืนแห่งการเผชิญกับผีป่านางไม้ พรานสุขเอง ได้ขูดเปลือกโคนไม้ใหญ่ ขูดให้เรียบ แล้วตอกตราครุฑประทับติดไว้ เพื่อป้องกันสิ่งลี้ลับตามคำพรานและคนตัดไม้บอก และก็ได้ผลเป็นที่ปรากฏ...จากเผชิญกับ "ผีป่า..นางไม้.." "เหรียญบาทพญาครุฑ" จึงเป็นเครื่องรางที่ผู้เดินป่า พรานไพร คนตัดไม้ พกติดตัวเข้าป่าเพื่อป้องกันสิ่งลี้ลับ...แค่เหรียญบาทตราครุฑเท่านั้น ไม่ต้องผ่านพิธีกรรมการปลุกเสกแต่อย่างใด อีกเรื่องหนึ่งซึ่งผู้เฒ่าท่านหนึ่งเล่าว่า สมัยที่ท่านเคยตัดไม้และล่องไม้ไปตามแม่น้ำปิง ไม้บางท่อนไม่ยอมไหลไปตามกระแสน้ำ บางท่อนอยู่นิ่งลักษณะคล้ายการไหลทวนน้ำ ผู้เฒ่าท่านนี้ จึงเอา "เหรียญบาทตราครุฑ" ตอกลงไปที่หัวไม้ท่อนนั้น ปรากฏว่า ไม้ท่อนนั้นพลิกตัวหมุนกลิ้งไปมาอย่างน่าแปลกประหลาด ก่อนจะไหลไปตามกระแสน้ำ เช่นเดียวกับหมอผีบางท่านหากตรวจพบว่า "ผีสัมภเวสี" เข้ามาสิงสู่ในเสาบ้าน ทำให้คนในบ้านอยู่ไม่เป็นปกติสุข "หมอผี" ก็จะตอกเหรียญตราครุฑให้จมหายไปในเนื้อไม้ทั้งเหรียญ เป็นการสะกดภูตผีให้อยู่ในภพในภูมิ ไม่ให้ออกมารบกวนใคร...และยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปาฏิหาริย์เหรียญบาทตราพญาครุฑ ในส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับจากแนวป่าดิบหรือจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวันอยู่อีกมาก แล้วแต่นักนิยมป่าหรือท่านใด จะได้พบได้เจอ "เหรียญบาทตราพญาครุฑ" จึงนับว่าเป็นวัตถุที่มีความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองมากมายนัก อ้างอิง บทสัมภาษณ์ ลุงสุข อดีตพรานป่า เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า อนุสาร อสท พย 2554 เรียบเรียงโดย เพจเกร็ดประวัติศาสตร์ v2 |
||||||||||||||||||||||||||||
|
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 IP: 49.228.70.179
|
||||||||||||||||||||||||||||
|
ความเห็นที่ 5 : 29 ม.ค. 69, 12:08
![]() สภาพสวยๆ ไม่ผ่านใช้ มีปรอทขึ้นทั่วภาพ มีรับประกันแท้หากเช็กแล้วเก๊ คืนเงินเต็มจำนวน ภาพในหลวงทรงผนวช ด้านหลังปั้มตราวัดบวรนิเวศวิหาร ปี 2508 ภาพเก่าสวยเดิมเป็นภาพต้นแบบของพิมพ์ทรงผนวช นิยมสุด ทรงคุณค่าหายากมากครับ ภาพขนาด 2.8 x 4 ซม. สร้างขึ้นภายหลังจากที่ทรงลาผนวชแล้วถึงเก้าปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวชในปี พ.ศ. 2499 แต่ " ภาพทรงผนวช" สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2508 เพื่อเป็นที่ระลึกในการเสด็จฯ พระราชกุศล จาตุรงคมงคล ประวัติความเป็นมาของการสร้าง ภาพทรงผนวช มีอยู่ว่า ในปี พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุ 38 พรรษา เสมอสมเด็จพระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ บำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และในวโรกาสเดียวกันนี้ ได้ทรงประกอบพระราชพิธีสำคัญอีก 3 ประการต่อเนื่องกันไป เมื่อประมวลพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญในคราวเดียวกันถึง 4 อย่าง ระหว่างวันที่ 27 ถึงวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2508 จึงเรียกมหามงคลสมัยนี้ว่า จาตุรงคมงคล จาตุรงคมงคล หรือการพระราชพิธีอันเป็นมงคล 4 ประการมีดังนี้ 1. พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระชนมายุเสมอสมเด็จพระราชบิดา สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประสูติ 1 มกราคม พ.ศ. 2434 สวรรคต 24 กันยายน พ.ศ. 2472 พิธีจัดขึ้น ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ในวันเสาร์ที่ 28 และวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2508 ทรงทอดผ้าพระสงฆ์ 38 รูป ทรงประเคนผ้าไตร ย่าม และพัดที่ระลึกแก่พระสงฆ์ 38 รูปเท่าพระชนม์สมเด็จพระราชบิดา 2. พระราชพิธีหล่อพระพุทธรูปปางประทานพร มีพระปรมาภิไธย ภปร ประดับผ้าทิพย์ พิธีบวงสรวงและพุทธาภิเษกแผ่นโลหะที่จะผสมหล่อพระพุทธรูป จัดขึ้น ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ในวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2508 สำหรับพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป จัดขึ้น ณ มณฑลพิธี สนามโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ในวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2508 3. พระราชพิธีฉลองสมโภชพระเจดีย์ ในวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2508 เมื่อทรงเททองหล่อพระพุทธรูปปางประทานพรมีพระปรมาภิไธย ภปร ประดับผ้าทิพย์แล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระเจดีย์ทองหลังพระอุโบสถพระพุทธชินสีห์ ทรงประกอบพิธียกลูกแก้วขึ้นประดิษฐานยอดพระเจดีย์ เสด็จฯ ขึ้นสู่ภายในองค์พระเจดีย์ บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ทรงปิดทองพระไพรีพินาศ และทรงเจิมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจดีย์นี้ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ 3 ได้เริ่มสร้างขึ้นพร้อมกับวัดบวรนิเวศวิหาร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ได้ทรงสร้างต่อสมัยที่ยังทรงผนวชอยู่และเสด็จมาครองวัดนี้ ในปี พ.ศ. 2498 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ โปรดให้ปฏิสังขรณ์โดยโบกปูนใหม่และขัดผิว ต่อมาผิวองค์พระเจดีย์หมองคล้ำไปมากและร่วงหลุดชำรุด ทางวัดฯ ได้บูรณะองค์พระเจดีย์อีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2507 โดยฉาบปูนใหม่และประดับกระเบื้องสีทอง แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2508 4. พระราชพิธีอันเป็นมงคลประการที่สี่ ซึ่งเป็นลำดับสุดท้ายใน "จาตุรงคมงคล" คือ เมื่อเสร็จพระราชพิธีสมโภชพระเจดีย์แล้ว เสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังพระอุโบสถ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมศิลาแผ่นแรกที่จะผนึกผนังพระอุโบสถ เป็นปฐมฤกษ์ที่จะผนึกเปลี่ยนผนังพระอุโบสถในกาลต่อไป แผ่นศิลาปฐมฤกษ์ผนึกเปลี่ยนผนังพระอุโบสถนี้ จารึกข้อความว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นศิลาปฐมฤกษ์ ผนึกเปลี่ยนผนังพระอุโบสถนี้ ในมหามงคลสมัย มีพระชนมายุเสมอด้วยสมเด็จพระราชบิดา วันอาทิตย์ที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๐๘" เนื่องใน "จาตุรงคมงคลสมัย" ดังกล่าวมาข้างต้น วัดบวรนิเวศวิหารได้จัดสร้างภาพที่ระลึกโดยด้านหลังปั้มตราวัดบวรนิเวศวิหาร |
||||||||||||||||||||||||||||
|
- โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ ********* เท่านั้น - สินค้ามูลค่า 3,000 บาทขึ้นไป ควรมีภาพสินค้าที่ถ่ายคู่กับบัตรประชาชน - เริ่ม 1/4/2561 IP: 49.228.70.179
|