กระดาน
รีวิว
ตลาด
ประมูล
เปิดท้าย
เรือ
แหล่งตกปลา
ร้านค้า
ค้นหาข้อมูล
Login
สมัคร
27 พ.ค. 69
บ้า: SiamFishing : Thailand Fishing Community
<
1
2
กระดาน
คห. 81 อ่าน 16,756 โหวต 15
บ้า
Rider_1
(558
)
คห.26: 27 ก.ค. 55, 18:00
ปลาแขยงอีกหน่วยครับ
Rider_1
(558
)
คห.27: 27 ก.ค. 55, 18:03
พระเอกของวันครับ
Rider_1
(558
)
คห.28: 27 ก.ค. 55, 18:05
โชว์กันชัดๆครับ
ปลาบ้า
ปลาบ้า (อังกฤษ: Mad carp, Sultan fish) เป็นชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Leptobarbus hoevenii อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) จัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ มีรูปร่างยาว ลำตัวค่อนข้างกลม หัวโต นัยน์ตาค่อนข้างโต ปากกว้างมีหนวดขนาดเล็ก 2 คู่ เกล็ดมีขนาดใหญ่ ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเหลือง ส่วนของหลังสีดำปนเทา ท้องสีขาวจาง ครีบหางสีแดงสดหรือชมพู ครีบอื่นสีแดงจาง ๆ มีขนาดความยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร พบใหญ่สุดถึง 80 เซนติเมตร อาหารได้แก่ เมล็ดพืช แมลง และสัตว์น้ำขนาดเล็ก
ปลาบ้า อาศัยอยู่ตามแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำโขง แม่น้ำน่าน แม่น้ำมูล รวมถึงลำธารในป่าดงดิบ มักอยู่รวมเป็นฝูง โดยปลาชนิดนี้จะกินลูกลำโพงเข้าไป แล้วสะสมพิษในร่างกาย เมื่อมีคนนำไปกินจึงมีอาการมึนเมา อันเป็นที่มาของชื่อ จึงไม่เป็นที่นิยมรับประทานมากนัก แต่ที่มาเลเซียนิยมรับประทานมาก จนได้ชื่อว่า "ปลาสุลต่าน" มีฤดูวางไข่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ไข่ใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ 15-18 ชั่วโมง
ปลาบ้า ยังมีชื่อเรียกที่ต่างออกไป เช่น ปลาไอ้บ้า, ปลาพวง ในภาษาอีสานเรียกว่า ปลาโพง นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามด้วย โดยมีชื่อเรียกเฉพาะในแวดวงว่า "แซมบ้า"
Rider_1
(558
)
คห.29: 27 ก.ค. 55, 18:06
สวัสดีครับน้า benนะจ๊ะ ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.30: 27 ก.ค. 55, 18:07
ถัดมาอีกตัวครับ
Rider_1
(558
)
คห.31: 27 ก.ค. 55, 18:08
บรรยากาศครับ
Rider_1
(558
)
คห.32: 27 ก.ค. 55, 18:27
กระมังตัวอ้วนครับ
ปลากระมัง เป็นชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Puntioplites proctozysron อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มีรูปร่างเหมือนปลาตะเพียนและปลาตะพาก แต่ลำตัวแบนข้างกว่ามาก มีครีบหลังยกสูง ก้านครีบอันแรกและครีบก้นเป็นรอยหยัก เกล็ดเล็กละเอียดสีเงิน ครีบท้องและครีบอกสีเหลืองอ่อน ครีบหางเว้าลึก ตาโต หัวมนกลม ไม่มีหนวด ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 30-45 เซนติเมตร
พบในแม่น้ำและแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ นิยมบริโภคเหมือนปลาตะเพียนทั่วไป และพบเลี้ยงเป็นปลาสวยงามด้วย
กระมัง ยังมีชื่อเรียกที่แตกต่างออกไปตามถิ่นต่าง ๆ ด้วย เช่น "มัง" ที่บึงบอระเพ็ด "วี" ที่เชียงราย "เหลี่ยม" หรือ "เลียม" ที่ปากน้ำโพ ขณะที่ภาคใต้เรียก "แพะ" และภาคอีสานเรียก "สะกาง
Rider_1
(558
)
คห.33: 27 ก.ค. 55, 18:36
ปลาตะโกกอีกตัวครับ
ปลาตะโกก (อังกฤษ: Soldier river barb) เป็นชื่อปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cyclocheilichthys enoplos อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae)
ลักษณะมีรูปร่างเพรียวยาว หัวเล็ก หางคอด มีหนวด 2 คู่อยู่ริมฝีปาก เกล็ดมีขนาดใหญ่สีเงิน ครีบหลังยกสูง ครีบหางเว้าลึก เป็นปลาที่มีความปราดเปรียวว่องไวมาก มักหากินตามพื้นท้องน้ำ โดยอาหารไก้แก่ สัตว์หน้าดิน เช่น หอย, ปู มีพฤติกรรมชอบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเชี่ยวและขุ่นข้น ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 60 เซนติเมตร
ที่อยู่พบในลุ่มแม่น้ำใหญ่ในภาคกลางและภาคอีสาน เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำแม่กลอง, แม่น้ำท่าจีน, แม่น้ำโขงและสาขา รวมทั้งแหล่งน้ำขนาดใหญ่เช่น บึงบอระเพ็ดด้วย
เป็นปลาเศรษฐกิจที่มีความสำคัญชนิดหนึ่ง เนื่องจากเป็นปลาขนาดใหญ่ เนื้ออร่อย จึงมีราคาค่อนข้างสูง นิยมบริโภคโดยการปรุงสด เช่น ต้มยำ เป็นต้น โดยมีชื่อเรียกในภาษาอีสานว่า "โจก"
ปัจจุบัน กรมประมงสามารถเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้โดยการฉีดฮอร์โมนแล้วผสมเทียมวิธีแห้ง สีของไข่มีสีเหลืองน้ำตาล ลักษณะเป็นไข่แบบครึ่งจมครึ่งลอย และส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจ และนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามโดยเฉพาะตัวที่มีลำตัวสั้นกว่าปกติ
Rider_1
(558
)
คห.34: 27 ก.ค. 55, 18:36
อีกตัวครับ
Rider_1
(558
)
คห.35: 27 ก.ค. 55, 18:37
อีกตัวครับ
Rider_1
(558
)
คห.36: 27 ก.ค. 55, 18:40
ปลาแขยงอีกหน่วยครับ
ชื่อไทย : ปลาแขยงข้างลาย
ชื่อสามัญ : IRIDESCENT MYSTUS
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mystus multiradiatus
ชื่อวงศ์ : Bagridae
อาหาร
มีนิสัยชอบกินเนื้อเป็นอาหาร (carnivorous fish) กินลูกกุ้ง ลูกปลา แมลงน้ำ ซากพืชและสัตว์ที่เน่าเปื่อย
ถิ่นอาศัย
พบได้โดยทั่วไปในแม่นํ้า หนองบึงของไทย ในแม่นํ้ามักพบอยู่ร่วมกันเป็นฝูง ในสำหรับจังหวัดสุรินทร์พบในเขตอำเภอท่าตูม และชุมพลบุรี ซึ่งปลาแขยงข้างลายจัดเป็นปลาประจำถิ่นในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ในจังหวัดสุรินทร์เคยพบชุกชุมหลายแห่ง แต่ในปัจจุบันพบได้น้อยลงจากสภาพแหล่งเลี้ยงตัวอ่อนเสื่อมโทรมลง
ลักษณะทั่วไป
เป็นปลาที่จัดอยู่ในวงศ์ปลากด ส่วนหัวมีขนาดเล็ก และมีลักษณะแบนราบเล็กน้อย ตาโต อยู่ค่อนมาทางด้านล่างของหัว ปากเล็ก มีหนวดยาว 4 คู่ บางคู่ยาวถึงส่วนหาง รูปร่างแบบทรงกระบอก เพรียวมีความยาวประมาณ 10 - 14 เซนติเมตร ลำตัวจะแบนด้านข้างเล็กน้อยมีสีคล้ำน้ำตาล ดำ หรือน้ำตาลอมเขียว บริเวณส่วนท้องเป็นสีขาวเงินมีแถบสีขาวหรือสีเงินวาวพาดไปตามความยาวของลำตัวจนถึงโคนหางจำนวน 2 แถบ มีจุดดำปรากฏอยู่หลังช่องเหงือก ครีบหลังไม่ยกสูง แต่ครีบไขมันสั้น ครีบหลังมีก้านครีบเดี่ยวแข็งและแหลมคมหนึ่งอัน ครีบหูมีเงี่ยงแหลมคมข้างละอัน ครีบก้นและครีบท้องมีขนาดเล็ก
Rider_1
(558
)
คห.37: 27 ก.ค. 55, 18:42
ปลาตะเพรียนอีกตัวครับ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Barbodes gonionotus (Bleeker, 1850)
ชื่อสามัญ silver barts
ปลาตะเพียนขาว หรือ ที่เรียกติดปากกันสั้น ๆ ว่า ปลาตะเพียน ภาคอีสาน เรียกว่า ปลาปาก เป็นปลาพื้นเมืองของไทย สาหรับในประเทศไทย นั้นหากจะค้นไปถึงว่า ปลานี้ประชาชนเริ่มรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยไหน เชื่อกันว่าปลาชนิดนี้มีอยู่คู่กับ แม่น้ำ บึง ลาคลอง หนอง ในแถบภูมิภาคส่วนนี้มานานหนักหนาแล้ว นับตั้งแต่สมัยสุโขทัยหรืออาจจะก่อนกว่านั้น เพราะมี ลายของถ้วยชามเครื่องเคลือบปรากฏเป็นรูปปลาตะเพียนให้เห็นอยู่กลาดเกลื่อน แต่ชื่อ "ตะเพียน" ที่ใช้ เรียกขานกัน เพิ่งจะมาพบเป็นหลักฐาน ในสมัยอยุธยาตอนปลาย จากพงสาวดาร ฉบับสมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรสและฉบับพระราชหัตถเลขา มีข้อความต้องกันอยู่ว่า สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ชอบเสวยปลาตะเพียน ถึงกับตั้งกาหนดโทษแก่คนที่กินปลาตะเพียนว่า จะต้องถูกปรับถึง 5 ตาลึง และในกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ได้พรรณนาถึงฝูงปลามีความว่า
เทโพและเทพา ตะเพียนกาพาพวกจร อ้ายบ้าปลาสลุมพอน ผักพร้าเพรี้ยแลหนวดพราหมณ์ เทโพพาพวกพ้อง เทพา ปลาตะเพียนปลากาพา คู่เคี้ย สลุมพอนอ้ายบ้าปลา หลายหมู่ ปลาผักพร้าม้า เพรี้ย ว่ายไล่หนวดพราหมณ์
นับว่าปลาตะเพียน หรือตะเพียนขาว เป็นปลาน้ำจืดคู่บ้านคู่เมืองโดยแท้และเป็นปลาที่สามารถนำมาเลี้ยงและเพาะขยายพันธุ์ได้ง่าย จึงเป็นปลาพื้นเมืองที่ได้รับการคัดเลือก ให้ส่งเสริมในการเพาะเลี้ยงอีกชนิดหนึ่ง การเพาะเลี้ยงปลาตะเพียนนั้น ได้ดาเนินการเป็นครั้งแรก ก่อนปี พ.ศ.2503 ที่สถานีประมง (บึงบอระเพ็ด) นครสวรรค์ ต่อมาการเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ ได้รับการพัฒนา ทั้งวิธีเลียนแบบธรรมชาติและผสมเทียม ซึ่งสามารถเผยแพร่และจำหน่ายอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน
แหล่งกำเนิดและการแพร่กระจาย
ปลาตะเพียน เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่แถบแหลมอินโดจีน ชวา ไทย สุมาตรา อินเดีย ปากีสถาน และยังมีชุกชุมในถิ่นดังกล่าว สาหรับประเทศไทยเรานั้นมีอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ อันได้แก่ แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึงต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ
รูปร่างลักษณะ
ปลาตะเพียน มีลักษณะลาตัวแบนข้าง หัวเล็ก ปากเล็ก ริมฝีปาก ขอบส่วนหลังโค้งยกสูงขึ้นความยาวจากสุดหัวจรดปลายหาง 2.5 เท่าของความสูง จะงอยปากแหลม มีหนวดเส้นเล็กๆ 2 คู่ มีเกล็ดตามแนวเส้นข้างตัว 29 -31 เกล็ด ลาตัวมีสีเงินแวววาว ส่วนหลังมีสีคล้าเล็กน้อย ส่วนท้องมีสีขาว ที่โคนของเกล็ดมีสีเทาจนเกือบดา ปลาตะเพียน ซึ่งขนาดโตเต็มที่จะมีลาตัวยาวสูงสุดถึง 50 เซนติเมตร
อุปนิสัยและคุณสมบัติบางประการ
ความเป็นอยู่
ปลาตะเพียนเป็นปลาที่หลบซ่อนอยู่ตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ที่มีกระแสน้ำไหลอ่อนๆ หรือน้ำนิ่ง เป็นปลำที่ทนต่อสิ่งเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ทั้งยังเจริญเติบโตในน้ำกร่อย ที่มีความเค็มไม่เกิน 7 ส่วนพัน อุณหภูมิเหมาะสม สาหรับปลาชนิดนี้อยู่ระหว่าง 25 33 องศาเซลเซียส
นิสัยการกินอาหาร
ระบบการกินอาหารจากการตรวจสอบระบบการกินอาหารของปลาตะเพียน ขนาด 12.5 - 25.5 เชนติเมตร พบว่า มีฟันในลาคอ (Pharyngeal teeth) เป็นชนิดกัดบดแบบสามแถว มีซี่เหงือกสั้นๆ อยู่ห่างกัน พอประมาณ ท่อทางเดินอาหาร กระเพาะอาหารไม่มีลักษณะแตกต่างจากลำไส้ ลำไส้มีผนังบาง ๆ ยาวขดเป็นม้วนยาว 2.02 - 2.73 เท่า ความยาวสุดของลาตัว
นิสัยการกินอาการ กล่าวกันว่าลูกปลาตะเพียนวัยอ่อน กินสาหร่ายเซลล์เดียวและแพลงก์ตอนขนาดเล็ก ส่วนพวกปลาขนาด 3 - 5 นิ้ว กินพวกพืชน้ำ เช่น แหนเป็ด สาหร่ายพุงชะโด ผักบุ้ง สาหรับปลาขนาดใหญ่สามารถกินใบพืชบก เช่น ใบมันเทศ ใบมันสาปะหลัง หญ้าขน ๆลๆ พบว่าปลาตะเพียนหาอาหารกินในเวลากลางวันมากกว่ากลางคืน
Rider_1
(558
)
คห.38: 27 ก.ค. 55, 18:43
สวัสดีครับน้า Lucky_ผีเบ็ด ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.39: 27 ก.ค. 55, 18:45
แขยงอีกตัวครับ
Rider_1
(558
)
คห.40: 27 ก.ค. 55, 18:47
นี่เลยครับปลาปิดเกมส์ของวันครับ
ปลาซัคเกอร์ธรรมดา หรือ ปลาเทศบาล มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hypostomus plecostomus ในวงศ์ปลาซัคเกอร์ (Loricariidae) เป็นปลาตู้ชนิดหนึ่งที่คนไทยคุ้นเคยกันดี มีหัวโต ตามีขนาดเล็ก ปากอยู่ด้านล่างมีขนาดใหญ่และมีกล้ามเนื้อแข็งแรงสามารถใช้ดูดเกาะติดเป็นสูญญากาศกับตู้กระจกหรือวัสดุต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี มีลำตัวสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ลำตัวสากและหยาบกร้านมาก หนังมีลักษณะแข็งจนดูเหมือนเกราะ มีลวดลายสีเขียวตามครีบหลังและครีบหาง ตัวผู้มีเงี่ยงแหลมบริเวณครีบอกและข้างหัว
มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 2 ฟุต มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลางจนถึงอเมริกาใต้
ปลาซัคเกอร์ชนิดนี้ถูกนำเข้าประเทศไทยในฐานะเป็นปลาสวยงามที่ใช้ทำความสะอาดเศษอาหารหรือคราบตะไคร่ภายในตู้ ซึ่งในบางครั้งพฤติกรรมของปลาซัคเกอร์ธรรมดา ถ้าหากอาหารไม่เพียงพอก็จะก้าวร้าวไล่ดูดเมือกของปลาอื่น จนถึงแก่ความตายก็มี และเนื่องจากเป็นปลาที่มีความสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แม้ในภาวะที่เป็นพิษ หรือแหล่งน้ำที่มีออกซิเจนละลายในน้ำต่ำกว่ามาตรฐานปกติที่ปลาทั่วไปจะอาศัยอยู่ได้ จึงทำให้กลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในขณะนี้ กรมประมงได้มีประกาศให้กลายเป็นปลาต้องห้ามสำหรับเลี้ยงและจำหน่ายแล้ว โดยรณรงค์ให้นำไปปรุงเป็นอาหารแทนถ้าหากเจอ
สำหรับชื่ออื่น ๆ ที่เรียกกันในภาษาไทย เช่น "กดเกราะ", "กดควาย" หรือ "ปลาดูด" เป็นต้น
Rider_1
(558
)
1
คห.41: 27 ก.ค. 55, 18:49
ลากันด้วยคลิปวีดีโอชุดนี้ครับ
ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความสนใจกระทู้ของผมทุกๆท่านขอให้ตกปลาได้ทุกๆหมายครับ
Rider_1
(558
)
คห.42: 27 ก.ค. 55, 19:19
สวัสดีครับน้า cmu-3004 ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.43: 27 ก.ค. 55, 19:41
สวัสดีครับน้า samlek2418 ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.44: 27 ก.ค. 55, 19:49
สวัสดีครับน้า pk_nueng ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.45: 28 ก.ค. 55, 16:20
สวัสดีครับน้า NaiJuy ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
สวัสดีครับน้า NaNiNui ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
สวัสดีครับน้า BULINO ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
สวัสดีครับน้า A21 ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
สวัสดีครับน้า เด็กพระบาง ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.46: 28 ก.ค. 55, 16:43
สวัสดีครับน้า thea ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.47: 28 ก.ค. 55, 17:45
สวัสดีครับน้า สาวน้อย ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.48: 1 ส.ค. 55, 16:56
สวัสดีครับน้า narita ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
สวัสดีครับน้า fishingjoke ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
สวัสดีครับน้า m.moo60 ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
สวัสดีครับน้า jungka นี่อีกสูตรนึงครับ ส่วนใหญ่จะใช้การสังเกตุจากการตกแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขครับ ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.49: 14 ส.ค. 55, 19:00
สวัสดีครับน้า pun_38 ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
Rider_1
(558
)
คห.50: 17 ส.ค. 55, 17:31
สวัสดีครับน้าsarawut023 ขอบคุณครับที่เข้ามาชมครับ
<
1
2
ทำการ login ก่อนส่งความเห็น
siamfishing.com © 2026