สยามฟิชชิ่ง
หน้าแรก|กระดาน|รีวิว|ประมูล|ตลาด|เปิดท้าย
login | สมัครสมาชิก | วิธีสมัครสมาชิก | ลืมชื่อ/รหัส | login ไม่ได้?
ความรู้เกี่ยวกับการตกปลาเบื้องต้น : Fishing Article
 ห้องบทความ/เทคนิค > บทความตกปลา
ความเห็น: 38 - [7 พ.ค. 56, 12:55] ดู: 20,441 - [15 ธ.ค. 62, 12:53] โหวต: 13
ความรู้เกี่ยวกับการตกปลาเบื้องต้น
สุพรชัย2 (82 คะแนนโหวตจากผู้ชมกระทู้) offline
31 ม.ค. 53, 20:24
การใช้เหยื่อ ป็อป (สำหรับมือใหม่

เหยื่อปลอมที่ผมจะมาแนะนำการใช้ในวันนี้ เป็นเหยื่อปลอมผิวน้ำของราพาล่า มีชื่อรุ่นว่า “ สกิ๊ตเตอร์ป๊อบ” ซึ่งจะมีหลากหลายขนาด ตั้งแต่ความยาวของลำตัวเหยื่อ ซึ่งก็แล้วแต่หลายท่านจะเลือกนำไปใช้ให้เหมาะสมกับขนาดของเวทคันเบ็ดและรอกที่เราจะนำไปใช้

สำหรับผู้ที่เคยใช้งานเหยื่อปลอมผิวน้ำตัวนี้มาบ้างแล้ว อาจจะผ่านหัวข้อนี้ไปเลยก็ได้ครับ เพราะเทคนิคเล็กๆน้อยๆนี้ น่าจะเหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นตีเหยื่อปลอมผิวน้ำชนิดนี้ และสำหรับท่านที่ยังไม่เคยได้ใช้ สามารถนำเทคนิคหรือวิธีการของการใช้งานเหยื่อปลอมตัวนี้ นำไปพลิกแพลงไปประยุกต์ใช้กับเหยื่อยี่ห้ออื่นได้เต็มรูปแบบ เพราะหลักการทำงานค่อนข้างที่จะคล้ายๆกัน เหตุที่ว่าผมนำเอาเหยื่อปลอมยี่ห้อราพาล่ามาเป็นแบบก็เนื่องจากเป็นเหยื่อที่ค่อนข้างหาได้ง่ายและมีราคาถูก และแอ๊คชั่นผิวน้ำที่ไม่เป็นรองเหยื่อปลอมตัวอื่นที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว ส่วนใหญ่หลายท่านเริ่มที่จะรู้จักเหยื่อปลอมก็มาจากเหยื่อยี่ห้อนี้ครับ
เมื่อเราแกะเหยื่อปลอมสกิ๊ตเตอร์ป๊อบออกมาจากกล่อง สิ่งแรกที่จะเห็นเลยก็คือ ด้านหน้าของตัวเหยื่อจะมีพลาสติกใส อยู่ที่ปากตัวเหยื่อเป็นทรงโค้งเว้าเข้าหาตัวเหยื่อเสมือนรูปถ้วย เจ้าพลาสติกโค้งเว้าที่ว่านี้ จะเป็นตัวป๊อบกับน้ำเพื่อให้เกิดคลื่นเสียงเมื่อเวลาที่เราเจิร์ค หรือกระกระตุกตัวเหยื่อ เพื่อสร้างความสนใจให้ปลา หรืออีกอย่าง คือเป็นลักษณะการเลียนแบบ ของสัตว์น้ำขนาดเล็กกำลังหนีตายจากการโฉบกินของฝูงปลา ใจกลางพลาสติกทรงเว้าจะมีห่วงตรงกลางเพื่อที่นักตกปลาสามารถผูกสายเอ็นเข้ากับตัวเหยื่อมัดเข้าเงื่อนให้แน่นแล้วนำไปใช้งานได้ทันที  แต่เมื่อเวลาใดก็ตามที่เราอยากที่จะเปลี่ยนไปเป็นเหยื่อปลอมตัวอื่น เมื่อเราใช้สายเอ็นผูกเงื่อนเข้ากับห่วงที่ปากตัวเหยื่อโดยตรง เราต้องทำการตัดสายแล้วนำมาผูกกับเหยื่อตัวที่จะเปลี่ยนเข้าไปใช้งานอีกครั้ง วิธีการเช่นนี้ ผมแนะนำว่า ไม่ควรใช้สายเอ็นมัดเข้ากับตัวเหยื่อโดยตรง ให้เราหาสปริดริงค์ ขนาดเล็ก แต่ให้มีความแข็งแรงในระดับปานกลางไปจนถึงค่อนข้างแข็ง นำมาคล้องเข้าไปที่ห่วงของตัวเหยื่อเพิ่มเข้าไป เท่านี้ เราสามารถใช้คลิ๊ปขนาดเล็กคล้องเข้าไปที่ชุดสายหน้า เวลาที่จะเปลี่ยนเหยื่อไปเป็นตัวอื่นเราสามารถปลดเหยื่อที่คลิ๊ปออกได้โดยตรงโดยที่ไม่ต้องตัดสายแล้วต้องมานั่งผูกใหม่ทุกครั้ง โดยที่ สปริดริงค์ที่นำมาเพิ่มเข้าไป ก็ไม่ทำให้แอ๊คชั่นของตัวเหยื่อเสียไปด้วย
การดูแลรักษารอกเบสเบื้องต้น ครับ

เราดูแลรอกตัวโปรดของเราดีมากน้อยขนาดไหน นอกเหนือจากการเช็ดภายนอกทุกซอกทุกมุมหลังใช้งานแล้ว การดูแลรักษาชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในขั้นพื้นฐานก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ไม่น้อย ยิ่งถ้าผ่านการตกปลาในน้ำกร่อยหรือเค็มมา มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดทำความภายใน ในบทความนี้ผมจะกล่าวถึงการดูแลรักษารอกเบื่องต้นที่เราๆสามารถที่จะทำกันได้เอง ผมขออณุญาตินำรอกที่ผมใช้อยู่ประจำมาเป็นนายแบบนะครับ แต่หลักการสามารถนำไปใช้ได้กับรอกทุกรุ่นทุกยี่ห้อ อย่ารอช้าเลย เรามาเริ่มกันดีกว่าครับ
      เตรียมอุปกรณ์ก่อนเลยครับ ผมใช้ค๊อตต่อนบัต , Sonax, กระดาษทิชชู, จารบี (superlube) และ น้ำมันไฟแช็ค (รอนสัน) สำหรับทำความสะอาด ส่วนน้ำมันหล่อลื่นใช้ Rocket Fuel (ลืมถ่ายรูปไว้) เพื่อนๆอาจใช้ยี่ห้ออื่นได้ครับเช่นของ Shimano หรือ Abu หรือ Penns (รูปแทน)

เปิดฝาข้างออกเพื่อที่จะถอดสปูลออกมา

นี่ครับสปูล ตรงเพลานี่แหละครับคือจุดที่จะทำความสะอาด

ใช้กระดาษทิชชูเช็ดคราบน้ำมันบนเพลาทั้งสองด้าน

ด้านข้างของสปูลอาจมีคราบน้ำมันก็ควรทำความสะอาดด้วย

แจ่มครับ...พร้อมจะสปิน 10,000 รอบต่อนาที

การดูและรักษารอกขั้นพื้นฐาน

การดูแลรักษารอก คือการ ถอดชิ้นส่วนทุกๆอย่างในตัวรอก ออกมาทำความสะอาดครับ  เพราะฉะนั้น ถ้าเจ้าของรอก  ไม่มีความรู้เรื่องเชิงช่าง ก็จะเป็นเรื่องลำบากกับการ ถอด อุปกรณ์ ทุกชิ้นออกมาทำความสะอาดครับ  เพราะชิ้นส่วนอาจเหลือ หรือ อาจขาดหายไป  ทางที่ดีคือ นำไปให้ร้านค้าหรือช่าง เขาล้างดีกว่าครับ

              แต่การดูแล แบบขั้นพื้นฐานแรกเลยคือ ล้างน้ำเปล่า ด้วยตัวเอง คือเอาผ้าชุบน้ำ แล้วบิดให้หมาดๆ แล้วก็นำมาเช็ดรอกเพื่อเอาคราบ ต่างๆออกจากรอก แล้วก็เอาผ้าแห้งเช็ดให้สะอาด ครับ  ส่วนน้ำมันเขาเอาไว้หยอด ที่ลูกปืนของรอกครับ และเฟืองตัวหนอนครับ หยอดเพียงแต่ หยดเดียวก็พอครับ  ส่วนจาระบีก็เอาไว้ใส่ที่ตัวเฟืองขับทั้ง 2 ตัวครับ 
การตีปลาช่อนด้วยหนอนยาง


ตีปลาช่อนเหรอ?…หมู!! มีกระดี่ตัวเดียว เดินรอบบ่อ(ไม่เกินชั่วโมงได้เป็นสิบ) …หลายท่านอาจจะคิดอย่างนี้อ่ะครับ …. แต่ครับแต่..มีเรื่องจริง(ที่ไม่อาจเถียงได้)อยู่เรื่องนึง คือ ตีปลาช่อนถ้าจะตีให้สนุก +เสียว +ระทึกที่สุด “จะต้องตีด้วยหนอนยาง” ครับ !!! และไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน(ที่จะเข้าให้ถึง เกมส์ เกมส์นี้) โดยส่วนตัวเห็นว่า เป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ อะไรทำนองนั้นเลยอ่ะครับ เออ.. ขอพูดเจาะลงไปเฉพาะที่ “เท็กซัส ริ๊กส์” ก่อนล่ะกันนะครับ



แต่ก่อนที่จะว่ากันต่อ ขอ บ่น ก่อนล่ะกันนะครับ (ตามสไตล์ ถ้าไม่ บ่น ทำงานไม่เป็น) คือ “ผมล่ะ อยากจะเป็นคนที่มีเซนท์ดีๆ อย่างพี่ๆ ท่านอื่น บ้างจัง?” คือเรื่องของเรื่อง เมื่อไม่นานมานี้ได้ออกไปตีเหยื่อปลอมกันก่ะรุ่นพี่ท่านนึง สังเกตพี่เค้ามาหลายทีเระ (เพราะพี่เค้าจะได้ปลามากกว่าคนอื่นๆ) คือเค้าจะมีเซนท์ประมาณว่า คาดการณ์ได้ ค่อนข้างแม่นยำว่า ตรงนั้น ตรงนี้ ตรงโน้น มีปลา(ซึ่งไอ้บ่อที่ไป ไป กันเนี่ย มันกว้างใหญ่มาก) แต่ก็ไม่รู้ว่าแกรู้ได้ยังงัยว่าปลามันจะไป ออ กันล่าเหยื่ออยู่ตรงไหนบ้าง ? … ซึ่งที่ผ่านๆ มา ผมไม่เห็นแก พลาด ! เลยอ่ะครับ ถ้าจะให้ขยายความให้ชัดๆ ก็ประมาณว่า “เฮ้ย !! มาตีตรงนี้ดิ่ ตรงหลักหอยเนี่ย ปลา เยอะดีนะ” หรือไม่ก็ “ประตูน้ำนั้น ไม่ค่อยมีตัวเหรอ ลองประตูเนี้ยดีกว่า ตีให้มันเลยๆ ไปหน่อย หรือ ไม่ก็ตียัดมันเข้าไปเลย” ซึ่งก็ทุกครั้งครับ เดินตามแกไปตีเนี่ย กัด กระจาย ทุกทีเลยอ่ะครับ …. หลังๆ แกเลยต้องมีหน้าที่หลัก คือ พาน้องๆ เข้าหมาย แทบทุกครั้ง ทำให้ครั้งไหนที่พี่เค้าไม่ได้ไปด้วย จะทำให้ผมขาดความมั่นใจไปเยอะเลย !! ................. คือสรุปว่า พี่เค้า หาปลาได้เก่งจนน่าแปลกใจอ่ะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมว่า คงเป็นเรื่องของพรสวรรค์ + ประสนการณ์มั้งครับ … ซึ่งผมเองก็พยายามจะฝึกให้มีพรสวรรค์อย่างนี้บ้าง โดยพยายามช่างสังเกต แต่ แต่ แต่ ครับ ยังงัยๆ ก็ยังไม่ได้ครื่งของแกอยู่ดี เพราะเท่าที่พยายามวิเคราะห์ตัวเอง ก็จะประมาณว่า ไปถึงบ่อทีไร ก็จะไปเสียเวลา ก่ะ ตำแหน่งที่เคยๆ มาตีก่อนหน้านี้ แล้วปลากินดี ซึ่งต่างจากพี่เค้า ที่จะวิเคราะห์ไปตามเซนท์ของแก ณ ขณะนั้นๆ ซึ่งก็มักจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ ปลาที่นั่น มันเปลี่ยนที่กินตลอดเลยอ่ะครับ (ตามจังหวะน้ำที่ขึ้นลง) ก็เลยแปลกใจว่า พี่เค้าอ่านขาดได้งัย..ย..? ส่วนผมน่ะ อ่อนหัด ครับ (ต้องฝึกอีกเยอะ)
การตีเหยื่อปลอม...


1.เวลาที่เหมาะสำหรับตีเหยื่อปลอมคือตอนเช้าและตอนเย็น
2.แต่กับปลาช่อนก็ตีตอนกลางคืนได้นะเออ
3.เหน็บเนื้อหมูดิบติดเบ็ดของเหยื่อผิวน้ำก็เป็นวิธีล่อชะโดได้อีกวิธี เคยลองทำแล้วได้ผลเหมือนกัน
4.ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใส ใช้เหยื่อสีขาวหลังฟ้ากับระดับน้ำลึกก็ได้ตัวบ่อยๆ
5.หมายน้ำขุ่นหรือมีโคลนใช้เหยื่อสีทองหลังส้มแจ่มมากๆ
6.เข้าหมายแต่ล่ะที่ควร เข้าไปให้เงียบที่สุด
7.ศึกษาวิธีใช้งาน และการสร้างแอ็คชั่นของเหยื่อแต่ละประเภท เพราะไม่มีเหยื่อชนิดใหนในโลกที่ลากกลับมาเฉยๆแล้วปลาจะกิน 100%
8.เวลาตีเหยื่อ ถ้าเป็นรอกเบท ไม่ว่ารอกใหญ่หรือเล็กตอนตีเหยื่อไปแล้ว ให้ตะแคงรอก จะทำให้ตีเหยื่อได้ลื่นกว่าเดิมแล้วสายไม่ฟู่
9.ปลาล่าเหยื่อ มักอยู่ตามตอไม้ หรือ ดงสาหร่าย กิ่งไม้ใต้น้ำ
10.ปลาช่อนเวลากัดเหยื่อไม่โดนให้หยุดรอมันจะซ้ำอีกรอบ..แต่ชะโดห้ามหยุด...ลากต่ออาจจะมีมาซ้ำ
11.เข้าใจลักษณะปลา การกินเหยื่อ เลือกเหยื่อ ใช้เหยื่อ และสุดท้าย เข้าใจสถานที่ สภาพแวดล้อม ระดับน้ำ
12. เฉพาะ texas rig  กับปลาช่อน ตีเหยื่อไปแล้ว พอเหยื่อตกน้ำ อย่าพึ่งรีบลาก รอจนกว่าวงน้ำหายไป ค่อย ๆ หมุนรอกจนสายตึง แล้วเจิร์คเบา ๆ หนึ่งครั้ง ถ้าปลาอยู่แถวนั้น หรือว่ายมาดู จังหวะนี้มักจะโดน
13.สำหรับ texas rig  กับปลาช่อน เข้าหมายใหม่ ๆ เมื่อเปลี่ยนจุดตีทุกครั้ง จากจุดที่ยืน ไม้แรกที่ตี ลากช้าสุด ๆ อย่างเดียวไม่มีเจิร์ค  เพื่อสำรวจพื้นใต้น้ำว่าเป็นอย่างไรจากการจับความรู้สึก จะได้รู้ว่าตรงไหนเป็นหลุม ตรงไหนเป็นโคลน/เลน ตรงไหนเป็นตอ
14.ทฤษฎีของสปูล
15.ในช่วงที่เป็นค่ำคืนเดือนมืด เช้าในวันถัดไปจะเหมาแก่การออกไปตีเหยื่อปลอมมากที่สุด เพราะในค่ำของคืนเดือนมืด ปลาล่าเหยื่อจะหาอาหารได้น้อยกว่าในค่ำของคืนเดือนหงาย อันเนื่องมาจากแสงสว่างที่มีน้อยจึงทำให้ ต้องหาอาหารในช่วงเช้าของวันถัดไปมากเป็นพิเศษ
16.กรณีเข้าหมายใหม่หรือทำเลใหม่ ไม้แรกให้เน้นๆ  ถ้ามีตัวอยู่มันไม่ปล่อยโอกาสแน่
17.ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนเข้าหมายทุกครั้งทั้งตัวเบ็ด ห่วง สาย คัน
18.ตีเหยื่อเหนื่อลมตีไปได้ตามถนัด ถ้าตีสวนลมปรับเบรคไว้หน่อย และตีเผื่อลมไว้นิด แล้วจะได้จุดตกของเหยื่อตามต้องการ
19.ความแม่นยำในการตีเหยื่อ เข้าตรงจุดที่เราคิดว่ามีตัว เพราะถ้าสะเป่สะปะก้ออาจจะหมดโอกาสได้ตัว
20.ปลาล่าเหยื่อส่วนมากชอบอยู่ตามหัวแหลม เพื่อรอปลาเหยื่อว่ายเข้ามา
ไฟล์แนบ: คุณควรที่จะ เข้าสู่ระบบ จึงจะสามารถดาวน์โหลดไฟล์แนบนี้ได้ หรือหากยังไม่มีบัญชีก็ให้คลิก ลงทะเบียน ก่อน เพื่อจะสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
เข้าหมายอย่างมืออาชีพ

สวัสดีครับเพื่อนๆนักตกปลาครับ วันนี้ผมมีวิธีการดูหมาย ตามประสพการณ์ของผมที่ได้ตกปลามาหลายปี มาฝากครับ เพื่อนๆที่ชื่นชอบการตกปลาตามหมายธรรมชาติ เช่นไปตามเขื่อนที่ต่างๆทั่วประเทศไทย
หากเป็นมือใหม่หรือพี่งทดลองตกปลาด้วยเหยื่อปลอมลองมองหมายแบบของผมดูครับ เผื่อได้โทรฟี่ ที่ประทับใจ แบบง่ายๆก็ได้ครับ

วิธีการไปตกปลาส่วนใหญ่นั้นเมื่อเราไปถึงเขื่อน เราก็จะจ้างเรือให้พาเราไปตกปลา หรือถ้าเรามีเรือเองก็ขับไปเข้าหมายเองเลยครับ ส่วนจะให้พาไปส่งตามเกาะแก่ง แล้วเดินตกปลาเหวี่ยงเหยื่อไปเรื่อยๆนั้น น่าจะหาได้น้อย
เต็มทีครับ นอกจากไปอยู่ในสถานที่นั้นเป็นเวลายาวนาน ครับ.

ในที่นี้ผมจะพูด ถึงวิธีการมองหมาย แบบง่ายๆ ด้วยการตกปลาทางเรือนะครับ โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อเรือพาเราเข้าไปถึงหมายโดยรวมเป็นบริเวณกว้างๆแล้ว เขาจะพายเรือให้เราเหวี่ยงเหยื่อกันใช่ใหมครับ.  ทีนี้เราก็เริ่มหยิบเหยื่อ
ในใจขึ้นมา เกี่ยวเหยื่อเสร็จ เหวี่ยงๆๆๆๆๆ เข้าไป เผื่อจะเจอ......  ใช่ใหมครับ ถ้าเกิดโดนขึ้นมาล่ะก็ ดีใจ แต่ถ้าไม่...เหวี่ยงไป ร้อย สองร้อย สามร้อยไม้ ก็แล้ว ไม่แสดงผลอะไรเลย ก็จะทำให้เราท้อใจกันไปใหญ่ใช่ใหมครับ.

ในประสพการณ์ของผม เมื่อเริ่มหัดตกปลาถ้าไปถึงเขื่อนก็เหมือนกันครับ ถึงหมาย ก็เริ่มเลย หวดๆๆๆๆ ตกลงไม่รู้อยากเหวี่ยงเหยื่อ หรืออยากตกปลา กันแน่?  ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป ผมลองสังเกตุดูธรรมชาติไปเรื่อยๆนั้น
วิธีการตกปลาในแหล่งหมายธรรมชาติไม่ได้ยากอย่างที่คิดนัก หากเรารู้จักสังเกตุให้ดีๆ เช่นหากเราเข้าหมายด้วยความเร็วสูง เสียงดัง จะทำให้ปลาตกใจหนีไปก่อนก็เป็นได้ เมื่อไม่มีปลา เหวี่ยงเหยื่อสักเท่าใหร่ ปลาก็ไม่กินเหยื่อจริงใหม
ครับ. หรือ การที่เราเหวี่ยงเหยื่อถึ่ๆ เหวี่ยงไปเรื่อยๆ ไม่สนใจมีแรงเท่าใหร่ก็เหวี่ยงออกไป จริงๆแล้ว จะทำให้ปลาตกใจหนี หรือระแวงไปเสียปล่าวๆ ครับ.

วิธีที่ถูกต้อง ครับ เข้าหมาย ช้าๆ เมื่อใกล้ถึงหมายเราสามารถบอกคนเรือได้ครับว่าให้ดับเครื่องไกลหน่อยแล้วค่อยๆพายเรือเข้าไปครับ ช้าๆ เงียบๆ ครับ ที่สำคัญ อย่าคุยกันเสียงดัง หากไปกับเพื่อนๆ ครับ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เรามีโอกาสได้ตัวสูงมากครับ เพราะปลาเหล่านี้มันซุ่มดักรอเหยื่ออยู่ด้วยความเงียบ เมื่อมีเสียงดังเอะอะเข้ามา อาจทำให้มันระแวง หรือหมดอารมณ์ ล่าเหยื่อได้ครับ คล้ายๆกับเรานั่นแหละครับ กำลังดูหนัง ลุ้นตอนเข้าได้เข้าเข็มอยู่ ดันมีคนเปิดประตูเข้ามาทำเสียงเอะอะโวยวาย ก็พาลหมดอารมณ์นะสีครับ เผลอๆจะเลิกดูหนังเอาเลยด้วยซ้ำ จริงใหมครับ.

วันนี้ผมมีตัวอย่างการดูหมายอย่างง่ายๆ มาให้เพื่อนๆชมกัน 3 แบบครับ ลองติดตามดูครับ

หมายแบบที่ 1. หมายแบบหาด
หมายแบบนี้ โดยพื้นที่ทั่วไปแล้ว จะเป็นคล้ายๆหาดทรายที่มีความกว้างมาก สามารถพายเรือเลาะตามหาดไปได้เรื่อยๆ น้ำไม่ค่อยลึกเท่าใหร่และจะมีพวกตอไม้ขึ้นอยู่ตามแนวชายหาด อีกทั้งยังมีสาหร่ายขึ้นอยู่ตามขอบๆชายน้ำอีกด้วย หากเพื่อนๆเจอหมายอย่างนี้เข้าล่ะก็ บอกคนเรือได้เลยครับ  นี่แหล่ะครับ Killing file ของแท้เลยล่ะครับ อย่าลืมครับ ช้าๆ เงียบๆ ถือคันรอ อย่าสักเอาแต่เหวี่ยง  พอเรือพายไปถึงระยะที่เราสามารถเหวี่ยงเหยื่อไปถึงฝั่งได้ ให้เราเหวี่ยงเหยื่อขึ้นฝั่งไปเลยครับ ถ้าไม่แม่น แล้วค่อยๆลากเหยื่อลงน้ำครับ บริเวณ ข้างตอไม้ หรือต้นไม้ตายซาก หรือบริเวณที่มีสาหร่ายหนาแน่น นั่นแหละครับ ตรงนั้นแหละ แต่ถ้าเหวี่ยงเหยื่อแม่น ให้เหวี่ยงเลยตอไม้ ไปซัก เมตรหรือสองเมตร พอเหยื่อตกถึงน้ำ ก็หมุนเก็บเหยื่อเลยนะครับ หากปล่อยให้เหยื่อนิ่งโอกาสได้ตัวเป็น "ศูนย์" ครับ เพราะมันเห็นแล้วว่าอะไรเป็นอะไร จบแน่นอนครับ ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจ ให้เหวี่ยงเหยื่อขึ้นไปบนฝั่ง แล้วลากลงมา รับรองโอกาสได้ตัวค่อนข้างสูงแน่นอน ครับ ทีนี้สำหรับ เพื่อนๆผู้พิสมัย เหยื่อจำพวกปลั๊ก หรือป๊อปเปอร์ จะทำอย่างไรครับ เพราะเหยื่อมันมีตาเบ็ดที่ท้อง?  ขืนเหวี่ยงแบบนี้ก็จบสิครับ ติดตอ กอสวะ หิน กันให้ยุบยั่บเลยครับ วิธีแก้ ก็คือ ต้องเหวี่ยงให้แม่นครับ
ถ้าเจอตอ ต้องเหวี่ยงให้เลยตอสัก เมตรหรือสองเมตร อย่างที่บอกครับ แม่นอย่างเดียวครับ ดังนั้นต้องฝึกฝน ครับ หรือถ้าเจอกอสวะ หรือสาหร่าย ที่เราหมายตาเอาไว้ให้เราตีเหยื่อ เลยจากกอสวะ หรือสาหร่ายนั้นไปค่อนข้างไกลหน่อย สามเมตรห้าเมตร ได้เลยยิ่งดี แล้วลากเหยื่อมาใกล้ๆชายๆของกอสวะ หรือสาหร่าย ครับ กระตุกไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นป๊อปนะครับ ถ้าเป็นปลั๊ก ให้ลากแล้วหยุด ลากแล้วหยุด อย่าลากเรื่อยๆอย่างเดียว นะครับ ลองดูครับ ว่าผลจะเป็นอย่างไร
อย่าลืมนะครับถ้าเจอหมายอย่างนี้ล่ะก็ "โทรฟี่" รออยู่ครับ โดยทั่วไปหมายแบบนี้ปลาจะไม่ค่อยใหญ่นัก แต่จะมีตัวค่อนข้างเยอะ ไม่ค่อยน่าเบื่อหน่าย แต่ไม่แน่อาจจะมี ตัวใหญ่อยู่ก็ได้นะครับ.

หมายแบบที่ 2. หมายแบบแหลม
หมายแบบนี้ โดยสภาพทั่วไปแล้วน้ำจะค่อนข้างลึกนิดหน่อย แต่ไม่มากนัก ไม่ได้เป็นลักษณะเหวใต้น้ำครับ  บริเวณอย่างนี้ จะมีตัวไม่มากนัก แต่ส่วนใหญ่แล้วตัวจะค่อนข้างใหญ่ เนื่องจากปลาจะแยกฝูงและออกหากินเองแล้ว มันจะไม่ค่อยอยู่ตามแนวสาหร่าย แต่จะอยู่ตามพงไม้ริมน้ำ ตอไม้ต่างๆ มันจะซุ่มอยู่เพื่อดักรอเหยื่อ หากเจอหมายอย่างนี้ ก็เข้าได้เลยครับวิธีการเหวี่ยงเหยื่อก็เหมือนเดิม ช้าๆ เงียบๆ และแม่นๆ ปลาที่ซุ่มอยู่ในลักษณะหมายแบบนี้ถ้ามันกัดและไม่อยู่นะครับ ที่เดียวเลิกเลยครับ ไปหมายอื่นต่อได้เลย เพราะพวกมันมีความระแวงสูงมาก ไม่ว่าเป็นกระสูบใหญ่หรือชะโดใหญ่ ปลาพวกนี้จะไม่ค่อยตามงับเหยื่อเป็นครั้งที่ สอง หรือสาม ในประสพการณ์ของผมนะครับ.

หมายแบบที่ 3. หมายแบบ คุ้ง หรือ หุบ
อีกซักหมายแล้วกันนะครับ จริงๆแล้วมีหมายแบบอื่นๆอีกที่น่าสนใจแต่เอาไว้ผมจะทยอยลงมาให้เพื่อนๆได้ลองศึกษากันดูนะครับ อย่างที่บอกครับ ผมได้ศึกษามาจากประสพการณ์ที่ผมได้หัดตกปลามาจนถึงตอนนี้ก็เลยอยากจะนำประสพการณ์ของผมมาแบ่งปันให้เพื่อนๆได้ลองศึกษาดูครับ เริ่มเลยนะครับ หมายแบบคุ้งนี้ ความจริงแล้วมีตัวค่อนข้างน้อยนะครับ แต่ตัวถ้ามีรับรองได้ตัวแน่นอน เพราะมันหิว เนื่องจากหมายเป็นลักษณะปิด ปลาเล็กปลาน้อยจะเข้ามาในบริเวณนี้ค่อนข้างน้อย จะมีก็แต่รอเหยื่อจากบนบกลงมากินน้ำหรือตกลงมามากกว่าครับ ดังนั้นมันจึงหิวเป็นพิเศษ ครับ ลักษณะหมายแบบนี้ หากเราเจอ ต้องรีบดับเครื่องยนตร์แล้วพายเข้าหมายมาแต่ไกลมากๆครับ เพราะมันเป็นหมายปิด ดังนั้นปลาล่าเหยื่อมันจึงเห็นเราได้แต่ไกลเลยครับ  แล้วค่อยๆเหวี่ยงเหยื่อ ตั้งแต่ไกลๆให้กะว่าทีเดียวถึงปลายคุ้งหรือปลายหุบเลยครับ ขึ้นบกได้ยิ่งดีครับ แล้วลากเหยื่อลงมา รับรองโอกาสได้ตัวสูงครับ ลองดูนะครับ คราวหน้าจะพยายามหาหมายที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆอีกนะครับ ขอให้ได้โทรฟี่สมใจนะครับ
คันเบ็ตสำหรับตีปลาช่อน

เรื่องปัญหาโลกแตก (คันตีปลาช่อน) ตรงนี้มีประเด็นที่นักเลงปลาช่อนเองก็เห็นไม่เหมือนกัน เพราะ

เพราะ เพราะ เพราะ เท่าที่ดูๆ น่าจะเป็นแยกกันไปสองฝ่ายสองประเด็น แต่บอกไว้ก่อนว่าขอพูดเฉพาะคัน เบท เท่านั้นนะครับ ความจริงจะว่าไปบ้านเราเนี่ยก็แปลกนะครับ เพราะถ้าเหยื่อไม่ค่อยมีน้ำหนักจนตียากหรือตีไม่ออกด้วยชุดเบท ก็เปลี่ยนไปใช้ชุดสปินนิ่งซะมันก็หมดเรื่อง แต่บ้านเราหรืออาจจะรวมบ้านอื่นด้วย!!! (ไม่อยากว่ามากอ่ะครับ เดี๋ยวจะเข้าตัว) เพราะผมว่าหลายๆคนเป็น(ผมเองก็เป็น) หมายถึงเป็นโรคเรื่องมากอ่ะครับ คือถ้าจับชุดเบทแล้วไม่อยากแตะสปินนิ่ง แล้วทำงัยดีล่ะทีเนี้ย …. ก็หามันเข้าไปซิ ไอ้คันเรียวๆบางๆที่มีคุณสมบัติ “ดีดเหยื่อได้ดี” จะได้ตีเหยื่อเบาๆอย่างหนอนได้ค่อนข้างดี (เพราะไอ้ชุดที่ปลายคันแข็งๆ ที่เคยคิดไว้ว่าจะใช้มันได้ครอบจักรวาลด้วยคันเดียว คือ ล่อมันตั้งแต่ ช่อน กะพง ชะโดยักษ์ๆ) บัดนี้ชักจะมองมันเป็นไม้กระบองซะแล้ว) คืออย่าจะบอกว่าถ้าไม่คิดอะไรมาก มันก็ตีได้อ่ะครับ จะได้ไม่เป็นคนเรื่องมากเหมือนผม(แถมประหยัดไปได้เยอะอีกต่างหาก) แต่ถ้าหากอยากจะเป็นคนเรื่องมากแบบผม ส่วนมากก็จะต้องมีคันที่ใช้กันเฉพาะที่เฉพาะทางสำหรับเหยื่อเบาๆ อย่างงานปลาช่อนโดยเฉพาะอีกคันนึง (และส่วนใหญ่ของนักตีเหยื่อเท่าที่เห็นๆมา ก็มักจะเป็นกันอย่างนี้ด้วยซิ!!) ทีนี้ประเด็นมันเป็นอย่างนี้อ่ะครับ (คือ ต้องนึกภาพให้ออกกันซะก่อนนะครับ ว่าในเกมส์ของหนอน ก่ะปลาช่อน เราจะต้องใช้แอ็คชั่นของคันเบ็ดเป็นหลักในการสร้างแอ็คชั่นให้ก่ะหนอนของเรา) คันตีปลาช่อนในฝันของแต่ล่ะท่านเท่าที่ผมสังเกตมา จะเหมือนกันอยู่เพียงอย่างเดียว คือจะต้องบางเบา และ เรียวบาง(เพื่อหวังผลในการดีดเหยื่อ) และต่างกันโดยสิ้นเชิงจนกลายเป็นที่ถกเถียงกันจนผมว่าไม่มีทางที่จะเจอข้อยุติไปอีกนาน คือว่า “เฮ้ย!! ต้องคันอ่อนๆ ปลายเล็กๆ ซิ(แอ็คชั่นจะออกเป็นคัน Slow หรือ Worm แอ็คชั่น) >>> ถึงจะทำแอ็คชั่นได้สวย แบบว่า ตีทีไรเป็นโดน” ก่ะอีกความเห็นนึง “เฮ้ย !! จะซื้อไปทำมัยเหรอ? ไอ้คันอ่อนๆเนี่ย รู้มั๊ยว่ามันส่งสัญญานเวลามีปลามากัดได้ช้า วัดปลาก็ไม่ค่อยจะติด(คันชนิดหลังที่พูดถึงนี้ แอ็คชั่นจะออกเป็นคัน extra fast ) ไม่รู้เหรอ ว่าคันที่มีเซนท์ดีๆ จะต้องเป็นคัน Fast” อาว..ว..ว แล้วจะเชื่อใครดีหว่าเนี่ย?? เคยได้ยินมาแต่ว่า คันตีเหยื่อปลอมเนี่ย ขอให้มีเปอร์เซ็นต์กราไฟท์เยอะๆ ก็โอเคแล้ว (ยังมีประเด็นนี้อีกเหรอ?) ขออนุญาตขยายความ “คัน Slow หรือ คัน Worm” ก่ะ “คัน Fast” หน่อยล่ะกันนะครับ คันWorm หรือ คัน Slow ให้ลองนึกภาพเป็นประมาณว่า คันปลาเกล็ด หรือคันสปิ๋วของเราเนี่ยแหล่(แต่จะแข็งกว่านิดหน่อย)ซึ่งคันประเภทนี้ แอ็คชั่นจะโค้งอ่อนมากเป็นพิเศษ คือ จากปลายคันมาโค้งมาจนถึงประมาณเลยจุดกึ่งกลางของคันมาเล็กน้อย ส่วนคัน Fast หรือ Extra Fast ลองนึกภาพเป็นประมาณ คันตีปลาสวาย 2 ท่อน ที่ยาวประมาณ 7-8-9 ฟุต ที่เมื่อเวลาปลากินแล้ววัดปลา
เทคนิคการใช้เหยื่อยาง


บทความตอนนี้ ผมจะขอกล่าวถึงรูปแบบการใช้งานแบบทั่วไป และเป็นที่นิยมของนักตกปลาทั่วโลก ที่กล่าวอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่า ผมได้เดินทางไปตกปลามาทั่วโลกแล้วหรืออย่างใด จึงได้แจ้งอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ปกติรูปแบบการใช้งานเหยื่อยาง ทั่ว ๆ ไป สามารถปรับเปลี่ยน ได้ตามสถานการณ์และซึ่งขึ้นอยู่กับการติดสินใจของ นักตกปลาจะเห็นสมควรว่าควรใช้รูปแบบ การประกอบเหยื่ออย่างไร เพื่อหลอกให้เจ้าตัวใต้น้ำ หลงกล ไปกับเหยื่อยางนุ่ม ๆ
ผมขอเล่าถึง รูปแบบการใช้งาน ที่นักตกปลาเกือบทุกท่านรู้จักดี นั่นคือ การประกอบชุดสายหน้าแบบ Carolina rig (แคโรไลน่า ริ๊ก) และอีกแบบคือ Texas rig (เท็กซัสริ๊ก) ที่ต้องวงเล็บคำอ่านไว้ ไม่ได้เจตนาดูถูกผู้อ่านแต่อย่างใด ผมห่วงว่าหากมีเด็ก ๆ ที่ยังอ่านภาษาอังกฤษไม่ได้ จะงง กับคำอ่าน และไม่สามารถจดจำ คำ ๆ นี้ได้นั่นเอง (อันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวครับ สมัยเด็กผมสะกดไม่ได้เลย ไม่ชอบมาก ๆ สมัยเด็กอ่านการ์ตูนแล้วอ่านไม่ออก)
มาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่าครับผม   


  เริ่มด้วยแบบแรก Carolina Rig  แคโรไลน่า ริ๊ก
ชื่อนี้ผมว่าทุกท่านน่าจะคุ้นหูกันดี คำว่า ริ๊ก แปลว่า เล่ห์ หรือ อุบาย การประกอบก็ตามรูปครับ ตามตำราแต่ดั้งเดิม บอกว่าให้ใช้ ตะกั่วรูปทรงลูกปืนนะครับ ในภาพผมใส่ตะกั่วกลม ๆ เพื่อให้เห็นว่าก็สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน เน้นก็ตรงที่ขนาดให้เล็กไว้ก่อน เพื่อเมื่อปลากินเหยื่อ จะได้ไม่มีแรงกดของตะกั่ว ทำให้ปลาระแวงคายเหยื่อ หรือขนาดทำให้นักตกปลา จับความรุ้สึกได้ช้ากว่าปกติ สายลีดที่ใช้ ควรใช้สายเล็ก ๆ และควรเป็นสีที่ไม่สะดุดตาไปกว่าเหยื่อยางของเรา อาจเป็นใสธรรมดา หรื่อหากปลามีฟัน และครีบที่คม ใช้สายถัก หรือ สายลวดหุ้มพลาสติกเล็ก ๆ ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด 



มีข้อสังเกต อย่างหนึ่งคือ ตัวเบ็ดที่นิยมใช้กับเหยื่อยางนี้ มีก้านยาวพอสมควร หากปลาไม่กลืนเหยื่อ ก็คงไม่ทำอันตรายกับสายเราได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพการณ์แต่ละครั้งของการตกปลาครับ จากตัวเบ็ด สายลีดเดอร์นิยมใช้ยาวอยู่ประมาณ 8-10 นิ้ว หรือยาวมากกว่า ผูกเข้ากับลูกหมุน ตามด้วย ลูกปัดเล็ก ๆ ไม่ควรใช้สีสะดุดตา ต่อด้วยตะกั่วทรงลูกปืน (หรืออย่างที่ผมถ่ายภาพไว้ก็ได้ครับ)

**หมายเหตุ ลูกปัดใส่สำหรับ กัน ตะกั่ว ซึ่งมีเนื่ออ่อน กดทับลูกหมุน จนเป็นรอยบาก ซึ่งอาจทำอันตรายกับสายเบ็ดได้ ( จากในภาพ ทั้งลีดเดอร์และลูกปัด ผมเลือกสีที่ทำให้ภาพมองได้ชัดเจนนะครับ ) เมื่อเราจะหลอกให้ปลากินเหยื่อยางของเรา การใช้งานแบบ Carolina Rig นี้ เหมาะกับการตกปลาโดยมีข้อสังเกตดังนี้

1. มักใช้งานกับสภาพพื้นน้ำ ที่มีดินตะกอนทับถมอยู่มาก หรือขั้นเป็นดินเลน การประกอบเหยื่อแบบนี้ มักนิยมใช้ร่วมกับเหยื่อ แบบลอย มากกว่าแบบ เหยื่อจมนะครับ หากผู้ผลิตไม่แจ้ง ก่อนใช้งาน เราควรทดสอบด้วยการทิ้งลงน้ำดูก่อน ว่าเหยื่อยางที่เรามีอยู่นั้น ลอยน้ำหรือจมน้ำ ข้อนี้ เป็นตัวเลือกสำคัญ ในการใช้งานให้เหมาะกับพื้นที่ และ ชนิดปลาหรือระยะที่ปลาแต่ละชนิดเฝ้ารอเหยื่ออยู่

2. เหมาะกับแหล่งสภาพน้ำไหล เช่นลำธาร หรือแม่น้ำ คลองส่งน้ำ สายลีดเดอร์ที่ยาวนี้จะช่วยให้เหยื่อพลิ้วไหว อย่างนุ่มนวล ไม่สั่นระริก จนปลางับไม่ทัน หรือเหยื่อโดนแรงน้ำ พัดจนส่ายเสียปลาตกใจ แทนที่จะเข้าชาร์ตเหยื่อ เรื่องนี้ นักตกปลาทะเลส่วนใหญ่ เข้าใจเรื่องสายหน้า ยาว ๆ นี้ดีครับ

3. มักดูช่วงเวลา และชนิดปลาล่าเหยื่อเป็นหลัก เมื่อเราประกอบเข้ากับเหยื่อแบบจม เหยื่อจะคืบคลาน บนผิวดินใต้น้ำ หากใช้เหยื่อลอย เหยื่อจะถูกยกขึ้นจากพื้นน้ำ ปลาที่ไม่ได้นอนรอเหยื่ออยู่พื้นน้ำจะสามารถเห็นเหยื่อได้ง่ายขึ้น
เรื่องการสร้างแอ็คชั่น ผมขอสรุปไว้ท้ายเรื่องนะครับ
สำหรับมือใหม่ การเกี่ยวปลายาง ครับ

ก่อนอื่นเลยก็กะระยะหัวจิ้กกับตัวปลายางก่อนครับดูว่าเวลาเกี่ยวเข้าไปแล้วควรจะทะลุออกมาที่ตำแหน่งไหน

เริ่มฝังตัวเบ็ดกันเลยครับ 

ค่อยๆฝังเข้าไปครับ

จนสุดท้องตัวเบ็ด

คราวนี้ก็มาถึงจุดที่จะต้องหาทางออกครับ พยายามให้คมเบ็ดโผล่ออกมาตรงที่เรากะไว้ตั้งแต่ตอนแรกครับ

จากนั้นก็ค่อยๆดันปลายางไปด้านหน้าหัวจิ้ก

จนสุดครับ

เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยครับ.....ได้ลองใช้แล้วได้ผลยังไงอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังเน่อ.....
credit---จากน้าๆชาวสยามสปูน
ความรู้เกี่ยวกับการตกปลาเบื้องต้น
ภาพที่ 11
รุปประกอบครับ
ความรู้เกี่ยวกับการตกปลาเบื้องต้น
ภาพที่ 12
ความรู้เกี่ยวกับการตกปลาเบื้องต้น
ภาพที่ 13
ความรู้เกี่ยวกับการตกปลาเบื้องต้น
ภาพที่ 14
ความรู้เกี่ยวกับการตกปลาเบื้องต้น
ภาพที่ 15
ความรู้เกี่ยวกับการตกปลาเบื้องต้น
ภาพที่ 16
ความรู้เกี่ยวกับการตกปลาเบื้องต้น
ภาพที่ 17
กรุณา ลงทะเบียน และ login ก่อนส่งความเห็นครับ
siamfishing.com © 2019